ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม-เรียนศาสนาทำงานรพ.บำรุงราษฎร์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม-เรียนศาสนาทำงานรพ.บำรุงราษฎร์

27 ส.ค. 2552

การศึกษาของนักศึกษามหาลัยวิทยาลัยอัลอัซฮัร ยังคงก้าวหน้าและยังคงไม่หยุดอยู่แค่การศึกษาศาสนาเท่านั้น ผลของการศึกษาภาษาอาหรับและการเปิดตัวเองเสมอในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งเป็นโอกาสดีทำให้ เลิศนที ภู่มีสุข หนุ่มกรุงเทพมหานคร

ผู้ซึ่งจบการศึกษาจากคณะอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ จากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เป็นนักศึกษาผู้หนึ่งที่แหวกแนวและใช้ความสามารถทางภาษาทั้งอาหรับและอังกฤษ จนวันนี้ได้เข้าทำงานอยู่ในโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในตำแหน่งประสานงาน  Aimco International  Medical  Cordination  Office

 เลิศนที เล่าว่าเขาได้ทำงานในตำแหน่งดังกล่าวประมาณสองเดือนแล้ว การทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้มีความพร้อมและการให้เกียรติซึ่งกันและกันดีมากในตำแหน่งต่างๆ หน้าที่หลักๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการคอยให้บริการการติดต่อสื่อสารในเรื่องเอกสารของคนไข้ที่เป็นชาวต่างชาติ ทั้งอาหรับและอังกฤษ การตรวจสอบเอกสารคนไข้และการประสานไปยังสถานทูตต่างๆ ที่ส่งคนไข้เข้ามาให้ทางโรงพยาบาลดูแล ซึ่งนับวันคนไข้ต่างประเทศจะมารักษาเป็นจำนวนมาก อาทิ จากโซนอาหรับต่างๆ อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย รวมไปถึงสิงคโปร์ และอีกหลายประเทศจากเอเชียนับได้ว่าเป็นงานที่ยุ่งยากพอสมควร

 นอกจากนี้เขาต้องเรียนและทบทวนภาษาที่เกี่ยวกับทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะขณะเรียนอยู่ใช้ศัพท์เหล่านี้น้อยมาก ซึ่งก่อนที่จะมาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ได้ทำงานกับสายการบินกาตาร์ ในตำแหน่ง Airport Officer ทำอยู่ประมาณ 3 ปี จากนั้นได้ย้ายไปทำที่สายการบินกัลฟ์ แอร์ อีกหนึ่งสายการบิน และทำธุรกิจส่วนตัวในการช่วยพี่สาวและครอบครัวเกี่ยวกับน้ำหอม ซึ่งปัจจุบันนี้เปิดบริษัทอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งการทำงานไม่ว่าจะงานใดก็ตามต้องใช้สมาธิและการเรียนรู้เหมือนกับที่ศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย

         "การทำงานของชีวิตจริงเป็นเรื่องที่ยากมาก ถ้าคิดถึงในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ทุกอย่างจะมีระเบียบและกฎของมัน แต่ชีวิตการทำงานคือการใช้ทักษะหลากหลาย ในขณะที่กำลังเรียนอยู่เอามารวมกันแล้วกลั่นให้เป็นงานตามที่เราได้กระทำอยู่ในขณะนี้ หากย้อนไปถึงการศึกษาในมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร คิดว่าเป็นใบเบิกทางได้ดีทีเดียว แต่อยากให้ทุกคนเปิดโลกให้กว้างอย่ามองเพียงการศึกษาเพื่อจบการศึกษาจากคณะนั้นๆ แต่เราต้องใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการขวนขวายและการศึกษาไม่ว่าจะในด้านภาษาต่างประเทศหรือการเข้าร่วมกิจกรรมและการเปิดโอกาสให้แก่ตัวเองเพื่อความพร้อมในการทำงานต่างๆ ในชีวิตจริง" เลิศนทีกล่าว

 ฉะนั้นการศึกษาไม่ว่าจะสามัญหรือศาสนาก็ไม่ต่างกัน จะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวนักศึกษาจะเลือกทางเดินให้แก่ชีวิตและมุมมองของตัวเอง ศาสนามีจุดอยู่ที่การยึดหลักศีลธรรมและการมองโลกอย่างสวยงาม หากแต่สามัญมีจุดหลักในการก้าวหน้าและมองอนาคตอย่างก้าวไกล ถ้าเราเอาสองอย่างมารวมกัน ก็คงเป็นทางที่ดีทั้งสามัญและศาสนาอย่างแน่นอน

[email protected]