ไลฟ์สไตล์

พระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี

พระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี

07 ก.พ. 2560

ทายาทพุทธาคม ๓๐ ทัศ ท่านเจ้าคุณรักษ์

การสร้างวัดสุทธาวาสวิปัสสนา และพุทธมณฑลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พระภาวนาธรรมาภิรักษ์ หรือที่รู้จักว่า “หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย” เป็นประธานในการสร้างฯ และพระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี เป็นรองประธาน และเลขานุการ ร่วมสนองงานให้แก่ หลวงพ่อเจ้าคุณรักษ์ โดยตรงในการสร้างฯ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่เผยแผ่หลักธรรมและเป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่น มีความสงบ

 ในส่วนของการพัฒนาวัดและสร้างพุทธมณฑลได้ใช้ปัจจัยแล้วทั้งสิ้นกว่า ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากเดิมทีวัดแห่งนี้ใกล้จะร้าง แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่ศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ด้วยบุญบารมีของพระภาวนาธรรมาภิรักษ์ที่สร้างคุณูปการที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เจริญรุ่งเรือง โดยมีพระครูปลัดสุรินทร์เป็นศิษย์ผู้สนองงานโดยตรงตำแหน่งหน้าที่ในคณะสงฆ์

พระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี

พระครูปลัดสุรินทร์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๒ ปีมะเส็ง เป็นบุตรของ นายบุญช่วย นางบุญเรือน ตรีขันธ์ เกิดที่บ้านลาดบัวหลวง ในช่วงวัยเยาว์เด็กมีอัธยาศัยสนใจในเรื่องของพระศาสนา อีกทั้งยังน้ำใจดี ชอบช่วยพระสงฆ์ที่มาบิณฑบาต ถือย่ามถือปิ่นโตมาส่งที่วัดเป็นประจำทุกวัน และชอบสะสมพระเครื่อง แต่โดยมากจะชอบนำยันต์ที่หลังเหรียญพระเครื่องวัดต่างๆ มาเขียนเป็นยันต์ลงในสมุดกระดาษ เป็นประจำเสมอ จนกระทั่งได้อายุ ๑๓ ปี ได้เข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อรักษ์

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ณ พัทธสีมาอุโบสถหลังเก่าอายุ ๑๐๐ ปี ของวัดสุทธาวาสวิปัสสนา โดยมีพระสุนทรธรรมานุวัตร (หลวงพ่อเอียด) วัดไผ่ล้อม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น พระอุปัชฌาจารย์ พระครูเกษมปทุมรักษ์ (หลวงพ่อทองหล่อ) วัดลาดปทุมคงคาราม อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น พระกรรมวาจารย์ และหลวงพ่อรักษ์เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ครั้งสมัยเป็นสามเณร ได้คอยปรนนิบัติรับใช้ หลวงพ่อรักษ์ มาตลอดไม่ว่าจะเป็นงานด้านเอกสาร หรืองานด้านการสนองงานช่วยพัฒนาวัด โดยมีหลวงพ่อรักษ์ ผู้เป็นอาจารย์คอยสอนอยู่ตลอด หรือแม้กระทั่ง “การปลงผม” ซึ่งทุกวันพระ ๘ ค่ำ/ ๑๕ ค่ำ ของทุกเดือน สามเณรได้ปรนนิบัติครูบาอาจารย์ คือ ทำหน้าที่ปลงผมถวายแด่หลวงพ่อรักษ์ ซึ่งในขนาดนั้น สามเณรเกิดมาก็ยังไม่เคยปลงผมให้ใคร และก็ปลงไม่เป็น แต่หลวงพ่อรักษ์ เล็งเห็นจึงให้ สามเณรน้อยมาปลงผมให้ และบอกสอนไปตลอดขณะที่สามเณรกำลังปลงผม จนเกิดความชำนาญเชี่ยวชาญ ซึ่งในขณะปลงหลวงพ่อ ก็สอนธรรมะ สอนถึงด้านของกรรมฐานให้ข้อคิดเป็นวิชาให้ทุกครั้ง

 อุปนิสัยของพระครูปลัดสุรินทร์ชอบท่องอ่านบทคาถา และชอบเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ จึงได้เข้าไปอยู่วัดกราบขอถวายตัวเป็นศิษย์ ขอพานครูขอศึกษากรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน รวมถึงสรรพวิชาคาถาอาคมต่างๆจาก ท่านเจ้าคุณพระภาวนาธรรมาภิรักษ์ (หลวงพ่อรักษ์) ซึ่งเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์โดยตรงที่มีพระคุณต่อพระครูปลัดสุรินทร์มาก ที่ให้การอบรมเลี้ยงดูและสั่งสอนในเรื่องต่างๆ ให้แก่ท่านพระครูปลัดสุรินทร์ มาตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๖ จวบจนถึงปัจจุบันนี้

นอกจากนี้กล่าวถึงแต่ครั้งสมัยเมื่อท่านยังเป็นสามเณรน้อย ท่านชอบจาริกไปสถานที่ต่างๆ ไปกราบและสนทนาธรรมกับครูบาอาจารย์พระเกจิอาจารย์มากมาย เกือบทั่วทั้ง ๔ ภาคของเมืองไทยก็ว่าได้ อีกทั้งหลวงปู่ครูบาอาจารย์บางรูปบางท่านก็ได้เมตตาชี้แนะนำวิชาความรู้ต่างๆ อีกด้วย

ด้วยความมุ่งมั่นรับใช้ศาสนาทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมณศักดิ์ ดังนี้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการเจ้าคณะตำบลลาดบัวหลวง พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์ ที่ “พระครูสังฆรักษ์” ฐานานุกรมใน พระธรรมมังคลาจารย์ หรือเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรวิทยาราม กทม. พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธาวาสวิปัสสนา พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์ ที่ “พระครูปลัด” ฐานานุกรมใน พระราชปริยัติ วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดพะเยา

---------/ล้อมกรอบ/---------

“พ่อลูก สร้างวัด”

--------------------------------

 เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ ทางวัดสุทธาวาสวิปัสสนา อยู่ในช่วงที่ทรุดโทรมและกำลังจะเริ่มพัฒนา อีกประการเขตชุมชนวัดเป็นชุมชนเล็กๆ มีชาวบ้านประมาณเพียง 30 หลังคาเรือนเท่านั้น ซึ่งในปีนั้นมีกุลบุตรบวชพระเพียง ๔-๕ รูปเท่านั้น และก็ไม่ได้อยู่จำพรรษา แต่ละท่านบวชกันเพียง 1 เดือนเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้ในพรรษาปี ๒๕๔๘ วัดสุทธาวาสวิปัสสนามีพระสงฆ์จำพรรษาตลอด ๓ เดือน เพียง ๑ รูป นั่นคือ หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย และก็สามเณรน้อยเพียง ๑ รูป นั่นคือ สามเณรสุรินทร์ โดยทั้งสองรูปก็ช่วยกันพัฒนาวัด จนมีสาธุชนจากทั่วทิศต่างๆ เดินทางมากราบพระบรมสารีริกธาตุ และเข้ากราบขอศีลขอพร หลวงพ่อรักษ์ เป็นจำนวนมาก

พระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี

เมื่อบวชเป็นสามเณรก็ได้รับหน้าที่เป็นเลขานุการหลวงพ่อรักษ์ และสนองงานโดยตรงที่ครูบาอาจารย์มอบหมายงานให้ จนเป็นเหตุทำให้ภายในปีนั้น วัดสุทธาวาสวิปัสสนา เริ่มพัฒนาขึ้นโดยลำดับ อีกทั้งยังเป็นเหตุอัศจรรย์อย่างยิ่งในปีนั้น งานบุญกฐินสามัคคีประจำปี มีมวลมหาประชาชนต่างเดินทางมาร่วมบุญกันจำนวนมาก จนทำให้มีศรัทธาร่วมบุญบริจาคปัจจัยสร้างวัดจำนวนมากถึง ๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง เพราะตั้งแต่เริ่มสร้างวัดตั้งแต่ปี ๒๔๖๕ เป็นต้นมา ยังไม่มีประวัติใดๆ ว่า งานบุญกฐินผ้าป่าได้รับปัจจัยมากถึงเป็นล้าน ที่สำคัญก็มีปัจจัยร่วมบุญกฐินมากกว่าวัดใดในเขตอำเภอลาดบัวหลวงในปีดังกล่าว จนเป็นที่กล่าวขานถึงเรื่องบุญบารมีใน หลวงพ่อรักษ์ และสามเณรสุรินทร์ ที่คอยช่วยสนองงานครูบาอาจารย์มาโดยตลอด จนชาวบ้านได้กล่าวขานว่า “ขนาดอยู่วัดกัน ๒ รูปก็สร้างวัดได้เจริญรุ่เงรือง เปรียบเสมือนพ่อลูกช่วยสร้างวัดจริงๆ” ซึ่ง พ่อ นั้นคือ หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย ส่วนลูกนั้นคือ สามเณรสุรินทร์ หรือปัจจุบันก็คือ พระครูปลัดสุรินทร์ นั่นเอง

---------/ล้อมกรอบ/---------

สามเณรน้อยเจ้าพิธีกรรม

--------------------------------

พระครูปลัดสุรินทร์ มีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และสนใจในเรื่องของคาถาอาคมตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กน้อย ครั้นอายุ ๑๕ ปี บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ วัดสุทธาวาสวิปัสสนา โดยมี พระครูพิพัฒนกิจวิมล เจ้าอาวาสวัดคู้สลอดวุฒิโสภณ เจ้าคณะอำเภอลาดบัวหลวง เป็นพระศีลาจารย์ เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ได้อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรม และฝึกปฏิบัติธรรม อยู่กับหลวงพ่อเจ้าคุณรักษ์จนมีความรู้สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ทุกระดับชั้น

พระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี

 ในระหว่างเป็นสามเณรน้อยพระครูปลัดสุรินทร์ได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำพิธีกรรมต่างๆ กับ หลวงพ่อรักษ์ จนเกิดความชำนาญ ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้เป็นเจ้าพิธีกรรมจัดพิธีปลุกเสกต่างๆ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรน้อย นอกจากนี้ยังดำเนินรอยตามครูบาอาจารย์ คือ ชอบทำบุญสร้างบุญบารมีไปทั่วทิศโดยเฉพาะในเขตภาคเหนืออยู่เป็นประจำตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรน้อย จนกระทั่งชาวบ้านในเขตภาคเหนือ เรียกขานสามเณรน้อย ด้วยที่ว่าเป็นที่เคารพมากจากศรัทธาชาวบ้านทั่วไปว่า “ครูบา”

 

เรื่องไตรเทพ ไกรงู ภาพ กฤชนันท์ ธรรมไชย