
แนะทำข้อมูลกลางตรวจสอบนร.เก่งเรียนควบ
สกอ.เผยแนวทางแก้ปัญหาเด็กเก่งเรียนควบ เสนอจัดฐานข้อมูลกลางให้มหาลัยตรวจสอบรายชื่อนร. แจงตอนนี้รอทปอ.จัดการเรื่องแอดมิชชั่นส์ให้เรียบร้อยก่อนจัดฐานข้อมูล ชี้หากทปอ.ไม่ทำ สกอ.จะดำเนินการเอง
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงกรณีปัญหาอาจารย์คณะแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้ปกครองร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ว่าพบนักเรียนแพทย์รายหนึ่งสอบรับตรงติดคณะแพทย์แห่งหนึ่งในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) ขณะเดียวกันก็สอบตรงติดคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ และเรียนควบกันทั่ง 2 แห่งมาระยะหนึ่ง ว่าหลังจากได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวทางสกอ.ได้ตรวจสอบกลับไปสถาบันที่นักศึกษาสอบติดทั้ง 2 แห่ง พบว่ามีนักศึกษาเรียนควบ 2 ที่จริง แต่ขณะนี้ นักศึกษาคนดังกล่าวได้เลือกสละสิทธิ์เข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ และกำลังศึกษาอยู่ในคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าทำให้เด็กคนอื่นเสียสิทธิ์ โดยสกอ.ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาลักษณะนี้จะรุนแรงขึ้นเนื่องจากปีการศึกษา 2553 มหาวิทยาลัยจะหันไปใช้วิธีรับตรงมากขึ้น
ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องมีกลไกตรวจสอบระบบรับตรงของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ขึ้น โดยจัดทำฐานข้อมูลกลางให้มหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบรายชื่อนักเรียน ได้ว่านักเรียนสอบรับตรงติดกี่แห่งและเด็กต้องตัดสินใจก่อนการเข้ามอบตัวกับมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้สกอ.จะรอให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)หารือเรื่องการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหรือแอดมิชชั่นส์กลางให้เรียบร้อยก่อน จึงจะหารือเรื่องจัดจัดระบบฐานข้อมูลดังกล่าวต่อไป และหากทปอ.ไม่สะดวกในการดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ สกอ.ก็จะดำเนินการเอง
“ต้องรอให้สกอ.จบเรื่องแอดมิชชั่นส์กลางก่อน จึงจะหารือเรื่องนี้ร่วมกัน ซึ่งเด็กต้องตัดสินใจเลือกเรียนที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น และตามหลักความจริงแล้วหากเด็กจะเรียนควบเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพราะทั้งคณะแพทย์และวิศวะเป็นสาขาที่เรียนค่อนข้างหนักและต้องเรียนเต็มเวลา”ดร.สุเมธกล่าว



