ไลฟ์สไตล์

  ทารกภาคอีสานปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก

  ทารกภาคอีสานปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก

07 ก.พ. 2560

  เด็กแรกเกิดภาคอีสานมีอัตราปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก ระบุ ปีละ 800 คน ทั่วประเทศปีละกว่า 2,000 ราย ขณะที่“ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี”ชูศูนย์ตะวันฉายฯแก้ปัญหา

      เด็กแรกเกิดภาคตำวันออกเฉียงเหนือ พบมีอัตราปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก ระบุ ปีละ 800 คน ทั่วประเทศปีละกว่า 2,000 ราย ขณะที่“ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี”นายกสภาม.ขอนแก่น ประธานที่ปรึกษามูลนิธิตะวันฉายฯ เปิดศูนย์ตะวันฉายฯชูดูแลแบบทีมสหวิทยาการจนผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์ 

           ศ.นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น  ผู้อำนวยการศูนย์ตะวันฉาย คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.)กล่าวว่าศูนย์ตะวันฉาย ซึ่งศูนย์การดูแลผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่และความพิการแต่กำเนิดของศรีษะและใบหน้า ได้รับการจัดตั้งให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ภายใต้ชื่อศูนย์ความเป็นเลิศตะวันฉายเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และความพิการแต่กำเนิดของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น และความพิการแต่กำเนิดของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีพิธีเปิดป้ายศูนย์ฯเป็นที่เรียบร้อยพร้อมการจัดแสดงนิทรรศการผลงาน โดยมี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และประธานที่ปรึกษามูลนิธิตะวันฉายฯ เป็นประธานเปิดงานไปเมื่อเร็วๆนี้

  ทารกภาคอีสานปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก

ดร.ณรงค์ชัย  อัครเศรณี(คนกลาง)

          ทั้งนี้ ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความพิการแต่กำเนิดของศีรษะและใบหน้าเป็นความพิการแต่กำเนิด ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลายด้านและมีความซับซ้อน ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย บิดามารดาและผู้ปกครอง รวมถึงการสูญเสียทางเศรษฐกิจของชาติ โดยความพิการทางร่างกายที่เห็นเด่นชัดคือ รูปร่างและเค้าโครงของใบหน้า การพูดไม่ชัด ภาวะแทรกซ้อนหูชั้นกลางอักเสบ การได้ยิน ระบบการกลืน ปัญหาเกี่ยวกับฟัน การสบฟัน รวมถึงพัฒนาการและการเจริญเติบโตช้า จากการศึกษาที่ผ่านมาพบอัตราการเกิดอุบัติการณ์ในผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ฯ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ2.5รายต่อเด็กแรกเกิด1,000 ราย ซึ่งเป็นอัตราที่อยู่ในกลุ่มอุบัติการณ์ที่สูงที่สุดในโลก และสามารถประมาณการณ์ได้ว่าจะมีเด็กแรกเกิดใหม่ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ฯ ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราสูงถึง 800 รายต่อปี หรือทั่วประเทศประมาณปีละกว่า 2,000 ราย

  ทารกภาคอีสานปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก

          ศ.นพ.บวรศิลป์ กล่าวด้วยว่า การให้การรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ฯ ในประเทศไทยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มักเป็น การรักษาที่มุ่งเน้น ที่การผ่าตัด หรือการให้การดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์แต่ละฝ่ายแยกกัน โดยขาดการประสานงานในการ วางแผนการรักษาและการให้การรักษาร่วมกันแบบทีมสหวิทยาการ ซึ่งทำให้ผลการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ฯ เป็นการรักษาเฉพาะปัญหา และทำให้บางปัญหาของผู้ป่วยถูกละเลย เกิดการให้การรักษาแบบซ้ำซ้อน หรือภาวะแทรกซ้อนโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจและทำให้การฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยเป็นไปได้ ไม่สมบูรณ์

  ทารกภาคอีสานปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก

          “การรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ฯ จำเป็นต้องอาศัยการรักษาและติดตามผลเป็นระยะเวลายาวอย่างต่อเนื่องจนผู้ป่วยโตเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์ การดูแลแบบทีมสหวิทยาการโดยบุคลากรหลายสาขาที่เชี่ยวชาญเฉพาะร่วมกัน จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดี ถูกต้อง เหมาะสม ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน การสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสภาพโดยสมบูรณ์และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข”ศ.นพ.บวรศิลป์ กล่าวสรุป

  ทารกภาคอีสานปากแหว่งฯสูงที่สุดในโลก