
สธ.แจงหวัด09คร่าชีวิตชาวไทย 119คน
รองปลัดสธ. เผย จ่ายยาต้านไวรัสโอเซลฯแล้ว 1.8 ล้านเม็ด ระบุ ยอดผู้เสียชีวิตจากหวัด 2009 รวม 119 คน เตรียมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้ทั่วไทยช่วงปิดเทอมนี้
(26ส.ค.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมชัย นิจพานิช รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.วิฑิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และน.ส.มาลินี จิตตกานต์พิชย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ของประเทศไทย
จากการวิเคราะห์สถานการณ์แพร่ระบาดของหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าระบาดในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และขยายตัวไปสู่ต่างจังหวัด แนวโน้มกระจายลงสู่เขตชนบท โดยพบผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ แต่พบมากขึ้นในกลุ่มวัยแรงงานอายุ 31-45 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและเกษตรกรและพบมีการแพร่ระบาดในสถานที่ที่คนอยู่มากหรือมีกิจกรรมที่ต้องอยู่ร่วมกัน เช่น โรงเรียน เรือนจำ ค่ายเยาวชน เป็นต้น ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ทุกจังหวัดคงมาตรการ 2 ลด คือ ลดการติดเชื้อและป่วยให้มากที่สุด ลดการเสียชีวิตให้มากที่สุด และ 3 เร่ง คือเร่งให้อสม.ค้นหาผู้ป่วยทุกชุมชน เร่งเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันตนเอง และเร่งรัดการบริหารจัดการความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น
ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ มีพลตรีสนั่น ขจรประศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการประชุมเมื่อวานนี้ และเห็นว่าสถานการณ์ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องเป็นกลุ่มๆ จึงให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนคงมาตรการต่างๆ ที่ทำอยู่ต่อไปอย่างเข้มงวด ทั้งการคัดกรองนักเรียนในโรงเรียน การให้อสม.ค้นหาผู้ป่วยในชุมชน การพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาล และเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ขณะเดียวกันให้หน่วยงานต่างๆดูแลสถานที่ในความรับผิดชอบที่เป็นจุดเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาด เช่น สถานเลี้ยงเด็กและคนชรา โรง เรียนปริยัติธรรม เพื่อชะลอการระบาดของโรคและลดการเสียชีวิตของประชาชน และที่ประชุมขอความร่วมมือสถาบันศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขทุกแห่ง จัดกิจกรรมให้นักศึกษาแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข ออกค่ายเป็นกองทัพสุขภาพ รณรงค์ให้ความรู้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ และเป็นผู้นำสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องแก่ประชาชน เช่น การล้างมือ การใช้หน้ากากอนามัย เป็นต้น ช่วงปิดภาคการศึกษา โดยให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนประสานงาน
สำหรับนโยบายกระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้กระจายยาไปทุกจังหวัด 6,677,341 เม็ด และสำรองไว้ส่วนกลางทั้งหมด 5,999,410 เม็ด จนถึงขณะนี้มีการใช้ยาไปแล้ว 1.8 ล้านเม็ด จากการประเมินการเข้าถึงยาต้านไวรัส พบว่าผู้ป่วยเข้าถึงยาเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 16-22 สิงหาคม 2552 มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 4 ราย ร้อยละ 50 อายุอยู่ระหว่าง 31-40 ปี และอยู่ในกลุ่มเสี่ยง สรุปยอดเสียชีวิตสะสม 119 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ อ้างข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO)เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก ล่าสุดพุ่งสูงถึง 180,000 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1,799 คน ทั้งนี้เชื้อไวรัสมีการแพร่ระบาดตั้งแต่พื้นที่ชนบท กระทั่งเมืองพัฒนาแล้ว และคาดการณ์ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะยังคงเพิ่มขึ้นอีก
นอกจากนี้กลุ่มประเทศที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอตามพื้นที่ชนบทอาจทำให้เชื้อไวรัสชนิดใหม่เกิดขึ้นและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งยากต่อการควบคุม ในกลุ่มประชาชนรายได้น้อย ด้านพูดเชี่ยวชาญกล่าวแสดงความเป็นห่วงประเทศในแถบเอเชียว่า เชื้อไวรัสอาจแพร่บาดบาดมากขึ้นในประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย บังกลาเทศ รวมถึงประเทศในแถบละติมอเมริกา และทวีปแอฟริกา



