ไลฟ์สไตล์

หาความสุขได้ง่ายๆ ในเส้นทางธรรมชาติ

หาความสุขได้ง่ายๆ ในเส้นทางธรรมชาติ

27 ส.ค. 2552

นั่งนิ่งๆ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มาหลายสัปดาห์ จะมีก็เพียงเดินทางไปกลับในเมืองและที่ทำงาน อยู่ๆ ก็เห็นแฟกซ์ร่วมกิจกรรม อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล คาราวานสัญจร 2552 เส้นทางที่ 3 ภาคเหนือ พิษณุโลก ภูหินร่องกล้า เพชรบูรณ์ เชิญชวนให้ไปร่วมคาราวาน...ทำเอาตาลุกวาว

 ด้วยความไม่เชี่ยวชาญด้านการขับรถ จึงต้องใช้บริการสายการบินมุ่งตรงสู่พิษณุโลก เพื่อให้ไปทันเวลานัดหมายที่ครอบครัวอีซูซุนัดแนะกันบริเวณโชว์รูม บริษัท อีซูซุฮกอันตึ้ง จำกัด จ.พิษณุโลก งานนี้ได้พ่อเมือง ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ พร้อมด้วย มนู อนันตศิริ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.พิษณุโลก และ เอ โอดางากิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมปล่อยขบวนคาราวาน

 ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นผู้ขับแต่การเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางก็สร้างความสุขได้อย่างยิ่งยวด แถมยังได้ชื่นชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางอย่างเต็มๆ มองซ้าย มองขวา เห็นต้นไม้ใบหญ้าปลิวไสวล้อลม ชิลชิลไปตลอดเส้นทาง แม้ว่าเส้นทางจะทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน แต่บรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติก็เพลิดเพลินจนเผลอแป๊บเดี๋ยวก็ถึงจุดหมายปลายทางที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 ทันทีที่ก้าวลงจากรถก็จะสูดอากาศและสัมผัสไอเย็นที่โชยมากระทบผิว เรียกความสดชื่นและกระชุ่มกระชวยให้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมกับการเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์และชมความงามของที่นี่กันอย่างจริงจัง งานนี้ได้พี่ทหารจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มนัส สีเสือ รับหน้าที่ไกด์ ที่ถึงแม้จะสวมชุดทหารและหน้าตาออกเข้มๆ แต่ก็ใจดีเล่าเรื่องราวความเป็นมาของอุทยานให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

 เริ่มต้นพี่ทหารหน้าเข้มก็บอกว่า  อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2527 เป็นอุทยานแห่งชาติที่รวมเอาประวัติศาสตร์การสู้รบที่สูญเสียเลือดเนื้อของคนไทย และความสวยงามของธรรมชาติทั้งทางธรณีภาพอันเป็นการผสมผสานของผืนป่าที่สมบูรณ์ ตั้งอยู่บนรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ อ.ด่านซ้าย จ.เลย และ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ครอบคลุมพื้นที่ 191,875 ไร่ มีทัศนียภาพที่สวยงาม ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าสน และดอกไม้หลากหลายชนิดที่ขึ้นอยู่ตามลานหินสวยงามแปลกตา และที่สำคัญบริเวณนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยอากาศเย็นตลอดทั้งปี

 แล้วไกด์หนุ่มก็พาไปชมจุดศึกษาประวัติศาสตร์สำคัญๆ อย่าง สำนักอำนาจรัฐ เป็นสถานที่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ใช้ดำเนินการด้านการทหาร การปกครอง ภายในมีบ้านไม้ซึ่งแต่ก่อนเป็นที่อยู่ของ อ.รังสรรค์ และจิระนันท์ พิตรปรีชา ที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และบริเวณใกล้เคียงกันนั้น ยังมีโรงประกอบอาหาร โรงทอผ้า โรงซ่อมเครื่องจักร สถานที่อบรม คุกสำหรับผู้กระทำผิด และที่หลบภัยทางอากาศใต้แผ่นหินขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้มากถึง 200 คน ทำเอามองเห็นภาพความเป็นอยู่ของคนที่มาอยู่ในช่วงดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

 ส่วนไฮไลท์อยู่ที่ผาชูธง ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลและรอบด้าน โดยเฉพาะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม ในอดีตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จะใช้หน้าผานี้เป็นจุดขึ้นไปชูธงแดงรูปค้อนเคียว ทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล แต่ปัจจุบันมีเพียงธงชาติไทยเท่านั้นที่โบกสะบัดอยู่บนหน้าผาแห่งนี้ อีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และเป็นจุดสุดท้ายที่เราจะได้ชมในวันนี้ คือบริเวณลานหินปุ่ม ลักษณะเป็นลานหินริมหน้าผา มีหินขึ้นเป็นปุ่มขนาดไล่เลี่ยกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอดีตที่นี่ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้จากโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ทำเอาเมื่อยกับการเดินแต่ก็เติมเต็มความสุขได้อย่างดี

 อิ่มบรรยากาศกับความงามของธรรมชาติ ก็ถึงเวลาอิ่มบุญด้วยทริปนี้นอกจากมาทดลองขับรถกันแล้ว ยังได้เตรียมอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬามาให้เด็กๆ ที่โรงเรียนร่องกล้าวิทยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวเขาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านร่องกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง แต่เพียงเลี้ยวรถเข้าสู่หมู่บ้าน ธรรมชาติก็ต้อนรับเราด้วยพายุฝนที่เทมาลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา จนทำให้รถของสมาชิกหลายคันติดหล่มไม่สามารถขับออกจากลานจอดได้  แต่ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจ และร่วมแรงของทุกคนในคณะ รวมถึงน้ำใจของชาวบ้าน ทำให้รถทุกคันเดินทางกลับออกมาด้วยความปลอดภัย ท่ามกลางเหล่ากองเชียร์ที่คอยเอาใจช่วยตลอดสองข้างทาง

 ปิดท้ายความประทับใจด้วยงานเลี้ยงอาหารค่ำ โดยเริ่มอุ่นเครื่องด้วยเกมสนุกๆ พร้อมการจับฉลากรับของรางวัลมากมาย ก่อนสนุกสนานกับมุกขำๆของศิลปินจากดันดารา นำทีมโดย ปุ๊ย ตีสิบ เป็นอันว่าทริปนี้จบลงด้วยความสนุกสนาน แถมทุกคนยังพกพาความประทับใจและมิตรภาพกลับบ้านกันถ้วนหน้าทีเดียว...เติมเต็มความสุขก่อนมาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในเมืองกรุงต่อไป...

เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"