ประชากรอาเซียนมีภาวะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียดื้อยาสูงสุดในโลก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ประชากรอาเซียนมีภาวะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียดื้อยาสูงที่สุดในโลก “เชื้ออิโคไล”ดื้อยาถึง 70 % แนวโน้มสูงขึ้นตลอดระยะเวลา10ปีที่ผ่านมา
ศ.นพ.วิษณุ ธรรมลิขิตกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในเวทีประชุมนานาชาติเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีโอฮุน) ครั้งที่1 จัดขึ้นภายในงานประชุมนานาชาติเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2560 เมื่อเร็วๆนี้ว่า ผลจากการศึกษาทั่วโลกโดยองค์การอนามัยโลกหรือฮู(WHO) เรื่องการป้องกันและควบคุมการดื้อยาต้านจุลชีพพบว่า ประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน มีภาวะปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอิโคไลดื้อยาในร่างกายสูงที่สุดในโลกถึง 70%ของกลุ่มประชากรที่ได้ทำการศึกษา เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ
ศ.นพ.วิษณุ กล่าวอีกว่า เชื้อแบคทีเรียอิโคไล มีอยู่แล้วในร่างกายมนุษย์และสัตว์ จะพบได้ในลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียชนิดนี้จะทำให้เกิดอาการท้องเสียบ่อย อุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำแต่จะมีอาการไม่รุนแรงเพราะคนเรามีภูมิต้านทานโรคอยู่บ้าง และปกติสามารถพบเชื้อดังกล่าวได้ในอุจจาระอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การศึกษาพบว่าปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาสะท้อนปัญหาการปนเปื้อน ใน ดิน น้ำและอากาศ ซึ่งกำลังสร้างผลกระทบต่อผลผลิตภาคการเกษตร และปศุสัตว์เป็นปัญหาสุขภาวะของทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
“การปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในห่วงโซ่การผลิตอาหารนับว่าเป็นประเด็นปัญหาสุขภาพหนึ่งเดียวที่ทุกฝ่ายควรหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพราะนำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ สาเหตุหลักเกิดจากการเข้าถึงยาที่ง่ายเดินไปและการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล ถือเป็นปัญหาหลักของประเทศกำลังพัฒนา เราจำเป็นต้องหาจุดสมดุลให้ได้” ศ.นพ.วิษณุกล่าว
ศ.นพ.วิษณุ กล่าวด้วยว่า ในประเทศไทยการใช้ยาโคลิสติน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะชนิดรุนแรงในฟารม์สุกรโดยไม่ได้ควบคุม สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาสายพันธุ์ใหม่เอ็มซีอาร์-วันที่ทั่วโลกกำลังเฝ้าระวังเพราะสารตกค้างในฮอร์โมนเนื้อหมูอาจทำให้เกิดพิษกับผู้บริโภค ทำให้เกิดอาการไตวายได้ นำไปส่กูารควบคุมไม่ให้วางขายยาปฏิชีวนะชนิดนี้ทั่วไปเพื่อไม่ให้เกิดกรณีนำยาไปใช้ผิดวิธี และต้องสั่งจ่ายโดยสัตวแพทย์เท่านั้นเพื่อลดปัญหาการแพร่เชื้อดื้อยา ส่วนกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอิโคไลและซาโมเนลลาในทวีปยุโรปส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและยังพบผู้ติดเชื้อหลายพันราย เกิดความกังวลในวงการแพทย์เนื่องจากยังไม่สามารถหาข้อสรุปต้นตอของเชื้อดังกล่าว และยาปฏิชีวนะตัวสำคัญย่างไซโปรฟลอกซาซิน ที่แพทย์สั่งใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียเริ่มใช้ไม่ได้ผล
มารก์ ซิมเมอร์แมน ผู้อำนวยการบริหารของมูลนิธิซีโอฮุน กล่าวว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาและทำงานในภาคสาธารณสุขทั้งคนและสัตว์ ควรได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาควิชาการและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาฝึกฝนทักษะให้ เข้าใจแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อลดภาวะเชื้อดื้อยา และลดการระบาดของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เพื่อสร้างความปลอดภัยของห่วงโซ่อาหารอย่างยั่งยืนต่อไป



