
มะเร็งปากมดลูก...ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ผู้หญิง 8 ใน 10 คน มีโอกาสติดไวรัสเอชพีวี สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก และสำหรับผู้หญิงไทยมะเร็งปากมดลูกยังครองสถิติอันดับ 1 ของโรคมะเร็ง ผู้หญิงหลายคนโชคร้ายที่รู้ตัวเมื่อสาย แล้วคุณ...จะเก็บความโชคดีไว้ถึงเมื่อไหร่
ลดความเสี่ยงเริ่มได้ที่ตัวคุณ มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ฉีดวัคซีนเอชพีวีเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ที่พบการแพร่ระบาดบ่อยๆ และเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ประมาณ 70% โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป
พบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอหลังจากเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งรวมทั้งผู้ที่ได้รับวัคซีนเอชพีวีแล้ว เนื่องจากวัคซีนยังไม่สามารถป้องกันไวรัสเอชพีวีได้ทุกชนิด
การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เชื้อเอชพีวีเป็นไวรัสประเภทหนึ่งซึ่งนับว่าสามารถแพร่และติดต่อกันได้ง่ายมาก ไวรัสเอชพีวีติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ สำหรับผู้ชายถ้าหากได้รับเชื้อไวรัสนี้ ก็อาจจะทำให้เป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศ เช่น ที่องคชาตหรือทวารหนักได้ แต่โดยทั่วไปผู้ชายจะเป็นพาหะของเชื้อไวรัสนี้และแพร่ไปสู่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
อาการคนที่ติดเชื้อเอชพีวี เชื้อเอชพีวีเป็นไวรัสที่ฝังตัวอยู่บริเวณผิวหนัง การติดเชื้อจึงไม่ใช่ลักษณะการติดในกระแสเลือด ร่างกายจะไม่ปรากฏอาการผิดปกติใดๆ ในระดับของการติดเชื้อ แต่จะปรากฏเป็นอาการของโรคในระยะที่เริ่มมีปัญหาแล้ว ดังนั้นการพบแพทย์และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคในระยะลุกลามได้
สายพันธุ์ ไวรัสเอชพีวีอันตรายแตกต่างกัน ไวรัสเอชพีวีมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยมีสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดมะเร็งประมาณ 15 สายพันธุ์ ทั้งนี้ถ้าหากติดเอชพีวีสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็งก็อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด หรือมะเร็งองคชาต แต่ถ้าหากติดไวรัสสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงน้อย ก็จะทำให้เกิดโรคหูดอวัยวะเพศหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคหูดหงอนไก่ ซึ่งลักษณะอาการของโรคคือ จะมีติ่งเนื้องอกออกมาที่บริเวณอวัยวะเพศด้านนอก หรือบางครั้งก็เกิดภายในช่องคลอดได้ด้วย ซึ่งก็จะทำให้รักษาค่อนข้างยาก หูดอวัยวะเพศนี้สามารถเกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง และถึงแม้ไม่ได้เป็นโรคที่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ก็มักกลับมาเป็นซ้ำๆ อีก จึงอาจสร้างความรำคาญและเสียสุขภาพจิต เสียความมั่นใจในตนเอง
ประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก การฉีดวัคซีนเอชพีวีจะสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดมาจากไวรัสเอชพีวีชนิดสำคัญซึ่งพบการแพร่ระบาดบ่อยๆ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกประมาณ 70% ซึ่งหมายความว่า ยังไม่ได้ครอบคลุมไวรัสทุกสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคได้ ปัจจุบันมีวัคซีนเอชพีวีบางชนิดที่นอกจากจะป้องกันไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังสามารถป้องกันไวรัสชนิดที่ทำให้เกิดโรคหูดอวัยวะเพศได้อีกประมาณ 90% ด้วย
ความปลอดภัยการฉีด วัคซีนเอชพีวี มีความปลอดภัยสูง เพราะไม่ได้ผลิตจากตัวเชื้อไวรัส แต่ใช้การจำลองโครงสร้างของเชื้อไวรัสนี้ขึ้นมา ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการเหมือนกับการได้รับวัคซีนอื่นๆ เช่น เป็นไข้ หรือปวดบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดเท่านั้น
ระยะเวลาในการฉีดวัคซีนเอชพีวี วัคซีนนี้จะต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจากการศึกษาถึงปัจจุบันยืนยันว่า ป้องกันได้อย่างน้อย 5 ปี ทั้งนี้ยังคงมีการวิจัยติดตามเรื่องระยะเวลาของการป้องกันอย่างต่อเนื่องอยู่ และพบแนวโน้มว่าอาจจะป้องกันได้ตลอดชีวิต เพราะมีลักษณะบางอย่างคล้ายกับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งในช่วงแรกที่มีการใช้วัคซีนก็ยังไม่ทราบระยะเวลาของภูมิคุ้มกันที่ชัดเจน แต่ต่อมาก็พบว่าภูมิคุ้มกันสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องฉีดกระตุ้น
วิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การมีคู่นอนหลายคน และการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย ควรตรวจมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า "Pap smear หรือ Thin Prep" อย่างสม่ำเสมอ ฉีดวัคซีนเอชพีวีเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันจากไวรัสสายพันธุ์อันตราย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้กว่า 70% แต่ถึงแม้จะได้รับวัคซีนป้องกันแล้ว ก็ยังต้องตรวจ "แปป สเมียร์" ควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพการป้องกันได้ดีที่สุดในระยะยาว
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



