
ศธ.ยกเครื่องระบบติดตามตรวจสอบใหม่
“ธีระเกียรติ” สั่งยกเครื่องระบบติดตามตรวจสอบจัดการศึกษาของ ศธ.ใหม่ ชี้ต้องเชื่อมโยงกับการตรวจสอบหน่วยปฏิบัติอื่นๆ เช่น สมศ.สกอ. เตรียมปรับแก้ระเบียบรองรับนโยบาย
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.60 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของ ศธ. ว่า คณะกรรมการติดตามตรวจสอบฯ มีหน้าที่ในการดูแลนโยบายเรื่องการตรวจราชการ ของผู้ตรวจราชการ ศธ. ซึ่งที่ผ่านมาจะเป็นแบบต่างคนต่างคิด แล้วรายงานให้ศธ.ได้รับทราบว่าดำเนินการเรื่องใดแล้วบ้าง แต่โดยหลักการทำงานที่เป็นมืออาชีพการตรวจราชการจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในแต่ละเรื่องว่าจะตรวจอะไรบ้าง
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า เพราะฉะนั้น ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้คณะกรรมการติดตามตรวจสอบฯสร้างระบบการตรวจติดตามใหม่ และถือเป็นครั้งแรกที่ศธ. จะมีการติดตามตรวจสอบการจัดการศึกษา ที่มีความสอดคล้องกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) การประกันคุณภาพภายใน ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยจะมีการประชุมเพื่อให้หลักเกณฑ์การประเมินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
“ครั้งนี้ถือเป็นการปฏิรูปวิธีการติดตาม ตรวจการดำเนินงานการจัดการศึกษาของราชการ โดยที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งจากของ ศธ. และจากคนข้างนอกศธ. เป็นการตรวจการทำงานของผู้ตรวจราชการอีกชั้นหนึ่ง โดยผมได้มอบหมายให้แต่ละองค์กรหลัก เสนอแนวทางการตรวจราชการของตัวเองออกมา ซึ่งแต่ละแท่งจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานศึกษา จากนั้นจะมาจัดทำกรอบนโยบายในภาพรวมซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการทำงานของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการปรับแก้ระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการตรวจติดตามประเมินผลการนิเทศการศึกษา พ.ศ.2549 เพื่อให้การตรวจคิดตามเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด ศธ. กล่าวว่า จากนี้ไปการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของ ศธ. นอกจากจะดูเนื้องานและการบริหารงบประมาณแล้ว จะต้องดูเรื่องโอกาสทางการศึกษา คุณภาพการศึกษา รวมถึงประสิทธิภาพการจัดการศึกษาด้วย โดยจะต้องดูภาพรวมทั้งระบบทุกระดับทั้งรัฐและเอกชน เบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่าน่าจะมีการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลอย่างน้อยปีละ 2 ระยะ โดยระยะแรก เป็นการติดตามฯทั่วไป ส่วนระยะที่ 2 เป็นการตรวจตามตัวชี้วัดที่มีการปรับขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะมีการสร้างกลไกที่ชัดเจนมากขึ้นว่า ระดับกระทรวงต้องทำอะไร ระดับองค์กรหลัก หรือ ระดับจังหวัดต้องทำอะไร ทั้งนี้เชื่อว่าการปรับปรุงระบบการติดตามฯครั้งนี้ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาได้



