
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า80%ร่วมแก้หนี้วิกฤต!
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า80%ร่วมแก้หนี้วิกฤต!เร่งร่างเอ็มโอยูลงนามก.พ.-3ประเดิม3แห่งจ่อคิว
ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่ สกสค.ได้นำร่องดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มที่มีหนี้สินวิกฤติ โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ที่มีหนี้สินขั้นวิกฤต จากข้อมูลมีจำนวน 30,000 ราย โดยให้รวมหนี้สินที่ครูมีทั้งหมดเป็นก้อนเดียวไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสกสค.จะส่งเงินชำระหนี้ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ได้เชิญประธาน กรรมการ และผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ จำนวน 80 แห่งร่วมประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจถึงแนวคิดในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูแบบครบวงจรตามนโยบายของ สกสค.ร่วมกันเป็นครั้งแรก
"จากที่พูดคุสหกรณ์ออมทรัพย์ครูส่วนใหญ่กว่า 80% ให้การตอบรับความร่วมมือในโครงการดังกล่าว ส่วนที่เหลือก็สนใจและเตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครู พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน"ดร.พิษณุ กล่าว
ดร.พิษณุ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สกสค.อยู่ระหว่างยกร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู ของทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่งในการยกร่างจะมีผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ผู้แทนสกสค.ที่ปรึกษาของสหกรณ์และนักกฎหมายร่วมพิจารณารายละเอียดและวางแนวปฏิบัติ จะบริหารร่วมกันภายใต้พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 และข้อบังคับของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู คาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้จะเริ่มทยอยเอ็มโอยูกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูได้ ซึ่งเวลานี้มีหลายสหกรณ์แสดงเจตจำนงมาแล้ว เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิษณุโลก,อุตรดิตถ์,นครราชสีมา เป็นต้น เริ่มให้บริการแก้ไขหนี้สินครูแก่เพื่อนครู
ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าในการสมัครเข้าร่วมโครงการฯของกลุ่มลูกหนี้วิกฤตนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีผู้สนใจยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งที่ สกสค.จังหวัดและยื่นผ่านระบบออนไลน์ แต่ทั้งหมดนี้ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกโดย สกสค.จังหวัดก่อน ซึ่งผู้ที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการฯจะต้องผ่านการคัดเลือกและยอมรับในกติกา เช่น ผู้บังคับบัญชาต้องเซ็นอนุมัติการกู้และต้องไม่ให้ครูที่ร่วมโครงการฯไปกู้ที่ไหนอีก ขึ้นเครดิตบูโรกับ สกสค.ตลอดจนเข้ารับการอบรมเศรษฐกิจพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้โดยพัฒนาต่อยอดความรู้ ความสามารถที่มี เป็นต้น



