
ทาง(เอาตัว)รอดในโลกของตำรวจ
นายเขาด่าว่าพวกผมมันตำรวจโบราณ เดี๋ยวนี้เขาไม่ซ้อมกันแล้ว เขาใช้วิธีพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์ นายตำรวจพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ภายหลังจากถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิวิธีการสืบสวนเอาความจริงจากผู้ต้องหาที่พวกเขาใช้เวลา ซุ่มและเสี่ยงชีวิต กว่าจะจับตัวมาได้ หากแต
ความคิดที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์การคลุกคลีกับผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดทำให้พวกเขาเชื่อว่า ความรุนแรงที่ใครๆ ให้นิยามความหมายว่า เป็นการละเมิดสิทธิ์นั้นเป็นวิถีทางเดียวที่จะทำให้ผู้กระทำผิดสารภาพ
“แต่ไม่ใช่ว่าผู้ต้องหาสารภาพแล้วพวกผมจะจบนะ พวกผมอาจไม่รอดก็ได้ เพราะพวกนี้พอได้ประกันตัวออกมา พวกของเขาก็จะช่วยกันทำผิดให้เป็นถูกได้”
“ตอนเด็กๆ พี่อยากเป็นตำรวจ แต่ตอนนี้พี่ไม่เคยคิดอยากให้ลูกชายพี่เป็นตำรวจเลย” นายตำรวจมือปราบพูดปิดท้ายเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิถีการทำงาน การบริหารบุคคลในบริบทวัฒนธรรมองค์กรตำรวจที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ท้าทายต่อการทดสอบความอดทน อดกลั้น มีเพียงผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง มีความสามารถในการปรับตัวที่ดีเท่านั้น ที่จะรอดในโลกของตำรวจ
สาระสำคัญในวิชาชีววิทยาที่ดิฉันเรียนเมื่อคราวเป็นนักเรียนมัธยมปลายเรื่องกฎวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบอกว่า การเปลี่ยนแปลงในระดับยีนทั้งในรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือรูปแบบการกลายพันธุ์ (mutation) นั้นล้วนเป็นไปตามหลักการที่ว่า “สิ่งมีชีวิตที่เข้มแข็งและมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอด”
หน่วยพันธุกรรมที่จะอยู่รอด ต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นยีนที่มีคุณสมบัติ “ดี” เสมอไป
"ผมไม่ใช่คนดี แต่ผมไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้" บ่อยครั้งที่นายตำรวจระบายออกมายามเผลอตัวในขณะพักผ่อนภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
คำกล่าวที่ว่า ”ตำรวจเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม” ดูสวยหรูแต่ทว่าเลื่อนลอย สำหรับคนทำงานปราบปรามอาชญากรรมนั้น ประสบการณ์การทำงานที่ต้องใช้เหลี่ยมคมมากมายตอกย้ำความคิดว่า “ไม่มีความยุติธรรมในโลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ ผลประโยชน์ และเงินตรา”
เสน่ห์ของตำรวจจึงอยู่ที่ไหวพริบ ปฏิภาณ ความดีของตำรวจจึงจำเป็นต้องอยู่ที่การเตือนสติตนเองบ่อยๆ ว่า อย่าโลภ
“ตำรวจกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยลีลา เหลี่ยมคม เพราะ พวกเราต้องคิดเสมอว่าทำอย่างไรจึงจะรอด” นายตำรวจใหญ่เล่าด้วยรอยยิ้มจางๆ พร้อมพูดปิดท้ายว่า "แต่ท้ายที่สุดนายใหญ่ขององค์กรเราก็ไม่ค่อยรอด แปลกนะ หรือว่าอาถรรพณ์มีจริง?" เมื่อหาเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้ คำตอบที่เชื่อมโยงกับอำนาจที่มองไม่เห็นดูจะเป็นทางออกของคำตอบที่ง่ายที่สุด
“พวกตำรวจมันคบไม่ได้ วันนี้มันกินอยู่กับเรา มันบอกว่ามันเป็นพวกเรา พรุ่งนี้มันจับเราเฉยเลย” เสียงของนักธุรกิจสถานบันเทิงเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับตำรวจ
ภายใต้ท่าทีที่ดูสนิทสนมคุ้นเคยกลับแฝงไปด้วยความสัมพันธ์เชิงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ฉาบฉวย สวมหน้ากากเข้าหากันสร้างโลกที่ไร้ซึ่งมิตรภาพที่แท้จริง เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ เคลือบแคลง ระแวง สงสัย หากแต่มีเสียงที่แตกต่างโต้แย้งความคิดว่า “บางยุคต้องวิ่งผ่านนักธุรกิจ วิ่งผ่านนายที่เป็นตำรวจก็ไม่รอด” นายตำรวจเล่าพร้อมกับตอกย้ำรูปแบบความสัมพันธ์ปิดท้ายว่า “แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความสัมพันธ์เชิงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันนะ…นี่แหละโลกของตำรวจ”
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
[email protected]



