
ใช้STEMยกเครื่องSMEsสู่ไทยแลนด์4.0
ใช้STEMยกเครื่องSMEs 180แห่งจาก19ธุรกิจ ครอบคลุมแรงงาน 43,421 คนสู่ไทยแลนด์4.0
นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะของพนักงานในสถานประกอบกิจการ กระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) จึงได้ดำเนินโครงการ“STEM Workforce towards Thailand 4.0”ภายใต้โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย โดยนำความรู้เกี่ยวกับSTEMจากนักวิชาการผู้ชำนาญ
นายธีรพล ขุนเมือง
อธิบดี กพร. กล่าวอีกว่า ที่ประกอบด้วยด้านวิทยาศาสตร์ (Science)ด้านเทคโนโลยี (Technology)ด้านวิศวกรรม (Engineering)และด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics)เพื่อนำมาประยุกต์ในการทำงาน และเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ให้ก้าวทันและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงThailand 4.0 กล่าวคือให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีทักษะที่หลากหลาย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานและลดการสูญเสียในวงจรการผลิตสินค้า หรือ บริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกำลังแรงงาน
"โครงการดังกล่าวสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ20ปี และยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนของกระทรวงแรงงานที่จะก้าวสู่Brain Powerในอีก20ปีข้างหน้า รวมทั้งเป็นไปตามกรอบ8วาระปฏิรูป กระทรวงแรงงาน“เพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่Thailand 4.0”ตามนโยบายของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการระทรวงแรงงาน ด้วย"นายธีรพล กล่าว
อธิบดีกพร. กล่าวต่ออีกว่าในปี2560มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการจำนวน180แห่ง ใน19ธุรกิจ ส่วนหนึ่งจะอยู่ในกลุ่มNew Engine of Growthแต่ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่ม1.0กลุ่ม2.0กลุ่ม3.0ซึ่งกพร. พร้อมจะผลักดันสู่Thailand 4.0เช่นกัน โดยครอบคลุมกำลังแรงงาน43,421คน สถานประกอบกิจการที่มีพนักงานมากที่สุดคือ บริษัท ซีพีแล็ม จำกัด จำนวน2,088คน ส่วนสถานประกอบกิจการที่มีพนักงานน้อยที่สุดมีจำนวน17แห่ง มีพนักงาน50-60คน
"กพร. มีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะด้านSTEMโดยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศไทย ในการพัฒนากำลังแรงงานกว่า10,000คน ตัวชี้วัด คือ สามารถเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต ไม่น้อยกว่าร้อยละ6โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพน.) หน่วยงานในสังกัดของกพร."อธิบดี กพร.กล่าว
อธิบดี กพร. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า40%จากระยะเวลา210วัน เชื่อว่ากำลังแรงงานจะได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมกับมีกำลังแรงงานเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในการทำงานเป็นที่ต้องการของสถานประกอบกิจการทั้งในและต่างประเทศต่อไป



