Startup ยั่งยืนต้องมีแผนพัฒนาคน
เด็กรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน ไม่มีบาดแผล และต้องการประสบความสำเร็จโดยไม่ได้ยอมรับความล้มเหลว ฉะนั้น การเป็นStartupที่ยั่งยืนต้องมีแผนการพัฒนา
ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ บัณฑิตจบใหม่ ต่างรักงานอิสระ อยากมีธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการแห่งใดแห่งหนึ่ง จนทำให้เทรนด์การศึกษาไทย อุดมศึกษาต่างๆ เปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการมากมาย ทว่าการก้าวสู้ความสำเร็จในการทำธุรกิจ บริษัทใดบริษัทหนึ่ง จนถึงจุดที่ลูกค้า คนในวงการเดียวกันยอมรับว่า เป็น “NUMBER1” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
“เด็กรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน ไม่มีบาดแผล และต้องการประสบความสำเร็จโดยไม่ได้ยอมรับความล้มเหลว ฉะนั้น การเป็นStartupที่ยั่งยืนต้องมีแผนการพัฒนา คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ จะให้เขาทำอะไร และควรใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ อย่างไรถึงจะประสบผลสำเร็จ”สุรัตน์ชัย กึงฮะ กิจกรรมการผู้จัดการ “บริษัท ดิเอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด” ให้สัมภาษณ์กับ“คมชัดลึก”
พร้อมกับขยายความว่าการ“พัฒนาคนเป็นหัวใจ และส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรยั่งยืน” ทุกองค์กรมีหลากหลายรุ่น คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ก็ต้องได้รับการพัฒนาร่วมกัน ความเก๋าของคนรุ่นเก่ามีประโยชน์ต่อคนรุ่นใหม่และยอมรับความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ต้องพัฒนาศักยภาพตนเองตลอดไป
นายสุรัตน์ชัย กล่าวอีกว่า คนรุ่นเก่าต้องยอมรับความสามารถ และให้โอกาสคนรุ่นใหม่ เปิดใจยอมรับ เพราะคนรุ่นเก่าแม้มีประสบการณ์ชีวิตที่มาก มีพื้นฐานดี แต่ต้องต่อยอดพัฒนามากขึ้น ความโบราณมีคุณค่า ทว่าไม่ได้หมายถึงคนโบราณเก่งกว่าคนปัจจุบัน และคนปัจจุบันต้องทำให้ดีกว่าคนรุ่นเก่า เนื่องจากตอนนี้มีอุปกรณ์ใหม่ๆ มากมาย
สุรัตน์ชัย เล่าว่าเคล็ดลับในการพัฒนาคนของเขาว่าเมื่อ 20 ปีเป็นบริษัทเล็กๆเริ่มด้วยพนักงานเพียงไม่กี่คน เป็นกลุ่มคนจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่เพราะมีปรัชญาในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่านการพัฒนาคน เพราะการพัฒนาคนนำไปสู่การสร้างงานที่ดี ที่มีคุณภาพ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเน้นปรัชญามุ่งพัฒนาคน โดยการเติมเต็มความรู้ ประสบการณ์จากผู้บริหารไปสู่พนักงานเท่านั้น
แต่มีแผนระยะยาว โดยการส่งพนักงานไปอบรม เรียนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับองค์ความรู้ มีมุมมองที่หลากหลายนอกเหนือจากองค์ความรู้พื้นฐานในวิชาชีพตัวเอง เช่น เรียนจบวิศวกร ต้องมีความรู้ด้านบริหารร่วมด้วย รวมถึงต้องสร้างแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริง สู่โลกกว้าง ไปเรียนรู้การออกแบบ ก่อสร้างอาคาร บ้านเรือนตามสถานที่จริงในประเทศต่างๆ และมีการสร้างแรงจูงใจ ปรับเพิ่มเงินเดือนเมื่อพนักงานช่วยลดต้นทุนต่างๆ
ขณะเดียวกันวัฒนธรรมองค์กร ทุกคนต้องมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของบริษัทตัวเอง เบื้องหลังในการสร้างให้เป็นNUMBER 1 เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนช่วยกันสร้างมา มา่จาก NUMBER 1นั้นได้แก่N - Never Stop Developingคือ เป็นองค์กรที่ ไม่เคยหยุดพัฒนาU - Utmost Standardคือ การทำงานและให้บริการด้วยมาตรฐานสูงสุดของการสร้างบ้าน
M - Modernized Organizationคือ องค์กรแห่งความทันสมัย,ยืดหยุ่น และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งในส่วนของการบริหารและเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆB - Beyond Customer’s Experienceคือ ให้บริการที่เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าE - Entrepreneurial Thinking & Spiritคือ มีความคิดและจิตวิญญาณแบบผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของบริษัท เพราะพนักงานในองค์กรเป็นเจ้าของร่วมกันR - Responsiveness with service mindคือ การทำงานที่มีการตอบสนองด้วยใจรักในงานบริการ และ 1 -One Hearted Unityคือ ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ทุกคนรักบริษัทร่วมกัน ซึ่งถ้าเราทำแบบนี้ได้ จะทำให้เราได้พัฒนาและชิ้นงานเป็นอันดับหนึ่ง
“ ทุกเช้าวันอังคาร พนักงานทุกคน ทุกแผนกจะต้องประชุมร่วมกัน เพื่อบอกเล่าถึงวิธีการทำงาน หรือปัญหาที่ตัวเองประสบ ทำให้แต่ละฝ่ายได้เรียนรู้ เข้าใจรูปแบบ ลักษณะการทำงาน และเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงานด้วยกัน ดูผลงานที่ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน ได้เห็นภาพการทำงานจริงๆ เพราะงานแต่ละฝ่ายมีลักษณะแตกต่างกันออกไป ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคนเป็นอันดับหนึ่ง เพราะคนทำงานเท่านั้นที่จะสานต่อการบริหารงานบริษัทให้ยืดยาวต่อไป”นายสุรัตน์ชัย กล่าวทิ้งท้าย
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



