
บอร์ดสพฐ.หนุนใช้โอเน็ตพัฒนาผู้เรียน
สพฐ.ศึกษาแนวทางนำคะแนน O-net มาใช้ตัดสินการจบการศึกษา เผยบอร์ดอยากให้ใช้ คะแนนสอบ O-net เป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมากกว่าใช้ตัดสินอนาคตเด็ก เสนอทางเลือกให้สทศ.จัดสอบ O-net ชั้นป.2 ป.5 ม.2 และม.5 เพิ่ม เพื่อร.ร.จะได้รู้ข้อบกพร่องและหาทางพัฒนาศักยภาพนร
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2552 นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารสพฐ.ว่า ที่ประชุมได้มอบให้สำนักวิชาการฯไปทำการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการนำคะแนนสอบ O-net มาใช้ตัดสินการจบการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กนร.ทั่วประเทศ โดยให้พิจารณาข้อเสนอแนะของบอร์ดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่มีนายพารณ อิศรเสนา เป็นประธาน ซึ่งพิจารณาเรื่องนี้ไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และเสียงส่วนใหญ่ของบอร์ดกพฐ.อยากให้ใช้คะแนนสอบ O-net เป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมากกว่าใช้ตัดสินอนาคตเด็ก
“ในการประชุมบอร์ดกพฐ.ครั้งนั้น คณะอนุกรรมการหลักสูตรและมาตรฐานของสพฐ.ที่มีนายสมหวัง พิธยานุวัฒน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา องค์การมหาชน (สมศ.) เป็นประธาน ได้เสนอทางเลือกทั้งหมด 5 ทางเลือกให้บอร์ดกพฐ.พิจารณา และบอร์ดกพฐ.ก็เลือกทางเลือกสุดท้ายที่เสนอให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จัดสอบ O-net ชั้นป.2 ป.5 ม.2 และม.5 เพิ่มขึ้นมา เพื่อร.ร.จะได้รู้ข้อบกพร่องเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กและหาทางพัฒนาศักยภาพนร.ได้ทันก่อนสิ้นสุดหลักสูตรการศึกษาในแต่ละช่วงชั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงชั้นป.3 ป.6 ม.3 และม.6 ทุกวันนี้สทศ.จัดสอบ O-net วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กเฉพาะช่วงชั้นป.3 ป.6 ม.3 และม.6 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายสถานศึกษา ร.ร.จะรู้ข้อบกพร่องของเด็กต่อเมื่อเด็กจบช่วงชั้นไปแล้ว ไม่สามารถตามแก้ปัญหาการเรียนของเด็กได้ทันการณ์ “ นางเบญจลักษณ์ กล่าว
นางเบญจลักษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับทางเลือกอื่นๆที่คณะอนุกรรมการฯเสนอให้บอร์ดกพฐ.พิจารณา แล้วบอร์ดกพฐ.ไม่ได้เลือกนั้นก็มีอาทิเช่น ให้นำคะแนนสอบ O-net มาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินการจบการศึกษาของเด็กแต่ละช่วงชั้น โดยกำหนดเป็นสัดส่วนให้ชัดเจนว่าจะใช้คะแนนสอบ O-net กี่เปอร์เซ็นต์ ใช้คะแนนการวัดผลประเมินผลของร.ร.กี่เปอร์เซ็นต์ อาจจะเป็น 70:30 หรือ 90 : 10 แนวทางนี้ค่อนข้างอ่อนไหว บอร์ดกพฐ.เห็นว่าสำนักวิชาการฯจะต้องศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดลึกซึ้ง
นอกจากนี้ อีกทางเลือกหนึ่งก็คือให้นำคะแนนสอบ O-net มาเปรียบเทียบกับคะแนนเกรดเฉลี่ยสะสม(GPA) ที่ร.ร.ใช้วัดประเมินผลนร. ถ้าคะแนนที่เปรียบเทียบออกมาผ่านเกณฑ์มาตรฐานก็ให้เด็กจบการศึกษาได้ วิธีนี้บอร์ดกพฐ.เห็นว่าอาจเป็นการกระตุ้นให้ร.ร.ปล่อยเกรดกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีทางเลือกที่ให้ใช้คะแนนสอบ o-net เป็นตัวตัดสินการจบการศึกษาของเด็ก 100 % ไปเลย ซึ่งก็มีผลกระทบต่อเด็กอย่างสูงอีกเช่นกัน และอีกทางเลือกก็คือกำหนดให้เด็กต้องมีทั้งคะแนน GPA ในระดับที่ผ่านเกณฑ์ประเมินของร.ร. และมีคะแนนสอบ O-net ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จึงจะสามารถจบการศึกษาได้ ซึ่งทางเลือกนี้บอร์ดกพฐ.เห็นว่ายุ่งยาก จะทำให้เด็กมีภาระในการสอบมากเกินไป
นางเบญจลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ที่สพฐ.ต้องพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับการนำคะแนน O-net มาใช้ตัดสินการจบการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กนั้น ก็สืบเนื่องมาจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติอยากให้สพฐ.พิจารณาเรื่องดังกล่าว การพิจารณาในประเด็นนี้ทำมาต่อเนื่อง 2 ปี แล้ว ตั้งแต่สมัยที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน เป็นรมว.ศธ. สพฐ.ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจนได้ข้อเสนอที่ว่ามาทั้งหมด และคาดว่าอีกไม่นานจะได้แนวทางที่เหมาะสมชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้



