ไลฟ์สไตล์

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง  จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?

26 ม.ค. 2560

ว่าด้วยเรื่อง“การสอบ” เข้าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย   ฉาวสุดที่ผ่านมา คงไม่พ้น การสอบคัดเลือกเข้าเป็นนายสิบตำรวจ หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล

 

        หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกอายุตั้งแต่ 18 - 27 ปี มีวุฒิการศึกษาจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับ ปวช. หรือเทียบเท่า สอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จำนวน 1,000 อัตรา โดยเปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตเมื่อวันที่ 4 - 23 พ.ย. 2559 มีผู้สมัครสอบ 13,285 คน และจัดสอบเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2559

      จนกระทั่งพบการทุจริตเกิดขึ้น ได้มีการจ้างกลุ่มนิสิตนักศึกษาระดับหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิสิตนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์จำนวน กว่า51คน มาทำหน้าที่เฉลี่ยคำตอบให้ผู้เข้าสอบตัวจริงลอกข้อสอบ (จำนวน295คน) โดยได้รับค่าตอบแทนรายละ5,000-20,000บาท

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง  จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?

     อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีนิสิต นักศึกษา คณะใด มหาวิทยาลัยใดเข้าร่วมบ้าง แต่...หากเป็นนิสิตนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ (ตามข่าวที่ออกมานั้น) ล้วนเป็นวิชาชีพที่ต้องยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ไม่ทุจริต คดโกง ทำงานบนพื้นฐานความสุจริต ต้องมีความน่าเชื่อถือ 

       “เมื่อเงินไม่เข้าใครออกใคร ชีวิตก็ต้องลองเสี่ยงดูบ้าง ..แต่เมื่อถูกจับได้ บอกคำเดียวว่าน่าจะไม่คุ้มกับอนาคตที่วาดฝันไว้”  

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง  จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?

  ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา  

      ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่าทางแพทยสภาได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะการทุจริต คดโกงนั้น ถือเป็นเรื่องที่วงการแพทย์รับไม่ได้ และนิสิตนักศึกษาแพทย์ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาว่ามีนิสิตนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยใดเข้าไปเกี่ยวข้อง อยากให้ทางมหาวิทยาลัย คณะดำเนินการกับนิสิตนักศึกษาท่านดังกล่าว และอยากให้ส่งรายชื่อมายังแพทยสภา เพื่อพิจารณาถึงการออกใบประกอบโรคศิลป์ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์ ที่แพทย์ทุกคนจะต้องยึดปฏิบัติ และแพทย์เป็นวิชาชีพชั้นสูง ต้องกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิตและวิชาชีพ  

       “หากเป็นนิสิตนักศึกษาแพทย์ ทางแพทยสภาคงไม่มีอำนาจ หรือเข้าไปก้าวก่ายในการลงโทษ หรือดำเนินการอะไรแก่เด็ก แต่ที่ผ่านมา ทางนิสิตนักศึกษาแพทย์เองมีการรวมตัวกันออกประกาศ จรรยาบรรณนิสิตนักศึกษาแพทย์ไทยข้อปฏิบัติของนิสิตนักศึกษาแพทย์ซึ่งนิสิตนักศึกษาแพทย์ต่างรับรู้ รับทราบ และต้องปฏิบัติตาม รวมถึงทุกคณะแพทยศาสตร์ต่างปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นิสิตนักศึกษาแพทย์ ดังนั้น เรื่องนี้คงยอมไม่ได้ ในส่วนของแพทยสภา หากมหาวิทยาลัย คณะส่งรายชื่อมายังแพทยสภา ถ้าเป็นการกระทำผิดครั้งแรกคงต้องดำเนินการลงโทษทางวินัย หรือตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด แต่หากเป็นการกระทำผิดซ้ำซากทางแพทยสภาคงไม่ออกใบประกอบโรคศิลป์ให้นิสิตนักศึกษาแพทยศาสตร์ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริต คดโกงในการสอบครั้งนี้แน่นอน” นายกแพทยสภากล่าว     

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง  จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?    

         ความซื่อสัตย์ สุจริต ดูจะเป็นคุณธรรมพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพ ซึ่งไม่ใช่แพทย์ หรืออาชีพใดอาชีพหนึ่งต้องยึดเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ทุกอาชีพต้องมีสิ่งนี้

    “แพทย์ ไม่ใช่ต้องเป็นคนเก่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนดีด้วย ซึ่งการที่นิสิตนักศึกษาแพทย์ ใช้ความรู้ความสามารถ ความเก่งของตัวเองในทางที่ผิด เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ เพราะนั่นไม่ได้หมายถึงอนาคตทางวิชาชีพเท่านั้น แต่สะท้อนถึงคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต เงินทองทุกคนก็อยากได้อยากมี แต่ควรได้มาในหนทางที่ถูกต้อง และแพทย์เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ ดูแลผู้อื่น ต้องนำองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่ใช่หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง”ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง  จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?

รศ.ดร.พีรยุทธ์ ชาญเศรษฐิกุล

            วิศวกรอีกหนึ่งอาชีพจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ รศ.ดร.พีรยุทธ์ ชาญเศรษฐิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)กล่าวว่าทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มก.ไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีนิสิตของเราเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากมีนิสิตของเราเข้าไปเกี่ยวข้องก็คงต้องพิจารณาว่าเป็นการกระทำครั้งแรก หรือทำมาหลายครั้งแล้ว ถ้าเป็นครั้งแรกคงต้องว่ากันไปตามการลงโทษทางวินัย เช่น ทำโทษพักการเรียน แต่ถ้าเป็นการกระทำผิดหลายครั้งคงอาจต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด อาจไล่ออก  

เด็กหัวกะทิ โตไป.....โกง  จรรยาบรรณวิชาชีพ แลกด้วยเงิน?

        “ประมาณ10 กว่าปีที่แล้ว ทางคณะเคยได้รับแจ้งจากนิสิตว่ามีนายหน้ามาทาบทางให้ไปสอบแทน แต่ส่วนใหญ่นิสิตจะปฎิเสธและนำเรื่องมาแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้เมื่อทางคณะพยายามจะจับคนกลุ่มนี้ ไม่เคยสำเร็จ เพราะกว่านิสิตจะมาเล่านั้นพวกนายหน้าก็หายไปแล้ว อีกทั้งเมื่อเกิดกรณีดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัย คณะได้เฝ้าระวังเรื่องนี้ โดยกำชับ ปลูกฝังให้นิสิตไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีผลทั้งโทษทางวินัย และเป็นคดีอาญา ซึ่งไม่คุ้มต่ออนาคตของนิสิตที่จะเสียไป”รศ.ดร.พีรยุทธ์ กล่าว    

        นิสิตที่มาเล่าว่าเคยถูกทาบทาง ส่วนใหญ่เป็นนิสิตที่เรียนเก่งแต่เขาไม่กระทำผิด จึงได้นำเรื่องมาเล่าผู้อื่นได้คณบดีคณะวิศวะ มก. เล่าอีกว่า ทุกครั้งที่มีการปฐมนิเทศนิสิตใหม่ ก็จะกำชับเรื่องนี้เสมอว่า อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง กับเงินไม่กี่หมื่นบ้าน แล้วต้องทำให้เสียอนาคต ถูกดำเนินคดีอาญาถ้าตำรวจจับได้ และการมาเรียนระดับมหาวิทยาลัย ถึงจะไม่มีการเรียนการสอนวิชาศีลธรรมชัดเจน แต่ได้มีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมวิชาชีพ ดังนั้น อยากฝากนิสิตทุกคน อย่าให้ความคิดชั่ววูบ ความอยากได้เงิน มาทำให้อนาคตของตัวเองต้องสูญเสียไป

        คนทุกคนย่อมมีทั้งดี ไม่ว่าจะเรียนเก่งหรือไม่เก่ง นิสิตก็เช่นเดียวกันรศ.ดร.พีรยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าความอยากได้มีอยู่ในตัวของทุกคน เพียงแต่จะทำอย่างไรให้พวกเขารู้ว่าการได้เงินเพียงไม่กี่บาท ไม่คุ้มกับสิ่งที่เขาจะเสียไป ซึ่งเชื่อว่า ทุกมหาวิทยาลัยทุกคณะ พยายามตักเตือน และเฝ้าระวังไม่ให้นิสิตนักศึกษาของตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

      ขณะเดียวกัน การเฝ้าระวัง ตักเตือน ปลูกฝังให้นิสิตนักศึกษาตระหนักในการทำความดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากมีการจับได้ว่ามีการทุจริต เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการคดโกง ซึ่งทุกอาชีพล้วนอาศัยความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ บางครั้งกฎหมายที่จะเอาผิดเมื่อมีคนกระทำผิดก็สำคัญ ถ้ามีกฎหมาย บทลงโทษที่รุนแรง โดยเฉพาะพวกนายหน้า พวกที่มาจ้างนิสิตนักศึกษากระทำผิด ให้เป็นรูปธรรมชัดเจน เชื่อว่าพวกเขาจะไม่กล้าอีก อย่างต่างประเทศ นิสิต คนของเขากลัวกฎหมายจึงไม่กล้ากระทำผิดแตกต่างจากคนไทยที่ยังมีความเกรงกลัวกฎหมายเพียงบางกลุ่มเท่านั้น 

        คุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นพื้นฐานสำคัญในการประกอบทุกอาชีพ เพราะนั่น ไม่ได้การันตีเพียงคุณภาพของงาน แต่สะท้อนไปถึงความรู้สึกนึกคิด พื้นฐานของแต่ละคน ยิ่งอาชีพที่ได้รับการยกย่อง นับหน้าถือตา เงินเดือนสูง ยิ่งต้องพึ่งระลึกและนำสิ่งที่เป็นนามธรรมเหล่านี้บรรจุอยู่ในจิตสำนึกของตนเอง

         0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0