ไลฟ์สไตล์

ม.สงฆ์เร่งพัฒนาองค์ความรู้สู่ระดับสากล

ม.สงฆ์เร่งพัฒนาองค์ความรู้สู่ระดับสากล

25 ส.ค. 2552

ม.สงฆ์เร่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาสู่ระดับสากล เน้นไทยเป็นศูนย์กลาง บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อธิการบดีมจร. แนะพระสงฆ์ต้องรับนวัตกรรมใหม่ๆ โดยยังคงความเป็นตัวเองไว้

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2552  พระธรรมปิฎก    เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี   เป็นประธานการสัมมนา เรื่อง "การจัดการความรู้และการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ หรือ KM" ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมพนักงานเครือซิเมนไทย จำกัด   จ.สระบุรี จัดโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) โดยมีผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วยรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้  การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

 พระธรรมปิฏก กล่าวว่า   การสัมมนาครั้งนี้  นับเป็นการดำเนินตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสัมมนาในเรื่องการบริหารจัดการความรู้ ซึ่งมจร. เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ถือเป็นองค์กรที่เป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ทั้งมวล การบริหารจัดการความรู้ให้เป็นระบบจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์รวมขององค์แห่งความรู้ด้านพระพุทธศาสนาที่ยั่งยืนต่อไป

 พระธรรมโกศาจารย์   อธิการบดีมจร. กล่าวว่า   มจร. มีวัฒนธรรมที่ไม่ต้านสิ่งใหม่ๆ แต่มีการรับนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามา และยังคงความเป็นตัวเองไว้ โดยผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ให้มีความเป็นสายกลางในการพัฒนา หากมีการจัดความรู้ที่ดี ก็จะสามารถเผชิญแรงกดดันได้ มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิต พัฒนาภาพลักษณ์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยต้องได้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนกลางมีคุณภาพอย่างไร ในส่วนของภูมิภาคก็ควรที่จะมีมาตรฐานที่เท่าเทียมหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งต้องมีการถ่ายทอดความรู้ เทคนิคในด้านการบริหาร การสอน จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

 พระธรรมโกศาจารย์  กล่าวอีกว่า  จะต้องมีการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลแบบปัจเจกปัญญา คือ ความรู้เฉพาะตัวบุคคล มาพัฒนาให้เป็นระบบสาธารณปัญญา คือนำมาเป็นความรู้ที่บุคคลทั่วไป หรือบุคคลในองค์กรได้เรียนรู้ความรู้นั้น นำมาเป็นของกลางให้ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงและสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยจัดเก็บและเผยแพร่ในรูแบบของเอกสารและสื่อประเภทต่างๆ เพื่อให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปใช้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 "ที่สำคัญการรับนวัตกรรมใหม่ๆ  เข้าสู่องค์กรและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างๆ  จะต้องมีความระมัดระวัง ต้องบริหารจัดการให้มีความผสมผสานกันอย่างลงตัว คือต้องไม่ลืมของเก่าและไม่เมาของใหม่ มหาวิทยายจึงจะถือว่ามีการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน อีกทั้ง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องกำหนดทิศทางการบริหารมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ อย่านำองค์กรไปสู่ความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น  ซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัยได้ หากไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง" อธิการบดี มจร. กล่าว