
พลาดจนได้...ที่ฝั่งโขง
เปิดซองส่องไทย : พลาดจนได้...ที่ฝั่งโขง
ไม่ได้ไปเวียงจันทน์มานานแล้ว นับแต่งานศพเพื่อนชาวลาวเมื่อหลายปีก่อน เคยเอารถข้ามสะพานมิตรภาพไปเที่ยว ไปธุระหลายครั้ง แต่จำรายละเอียดวิธีการผ่านแดนไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่
สัปดาห์ก่อนต้องพาน้องๆ ชาวลาวกลับไปทำบุญที่เวียงจันทน์ จึงเอารถตู้ขับไปกันเอง ต่อพาสปอร์ตรถใช้เวลาไม่นาน พาสปอร์ตรถมีอายุคราวละ 6 เดือน ต่ออายุได้ 3 ครั้ง
ที่สะพานมิตรภาพฝั่งไทย ติดป้ายเตือน (รูป) ให้ทุกคนตรวจสอบการสแตมป์พาสปอร์ตทุกครั้งที่มีการผ่านแดนทั้งขาเข้า และขาออก (เมื่อเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนรุ่นน้องฟังในภายหลัง เขาเสริมว่านอกจากแสตมป์แล้ว ต้องตรวจสอบวันที่ให้ตรงกับวันเดินทางของเราด้วย) การเตือนทำนองนี้เคยเห็นผ่านตาในไลน์กลุ่มต่างๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก มาเห็นป้ายเตือนจึงกำชับทุกคนในคณะ ให้ตรวจสอบพาสปอร์ตให้ดี
และที่ฝั่งลาวหลังผ่าน ตม.แล้ว สอบถามพิธีการนำรถเข้า เขาบอกให้ไปเข้าช่องโน้นช่องนี้ 3-4 ครั้ง ชำระเงินแล้วก็ผ่านได้ แม้จะใช้เวลาทั้งรถทั้งคนนานกว่าชั่วโมง
ค้างเวียงจันทน์เพียง 2 คืน ขากลับออกสายไปหน่อย มาถึงสะพานผ่าน ตม. แล้วนำรถไปผ่านด่านรถ จึงได้เกิดเรื่อง เจ้าหน้าที่ 2-3 คนดูตื่นเต้นพูดกันไปมา ใช้เวลาพักใหญ่จึงรู้สาเหตุ พาสปอร์ตรถไม่มีแสตมป์ขาเข้าของ ตม. แม้จะมีเอกสารสีเหลืองแสดงว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมนำรถเข้าแล้วก็ตาม
เขาให้อธิบายกรรมวิธีตอนเอารถเข้า พาตัวลูกชายที่เป็นคนขับรถให้ไปชี้ช่องต่างๆ ที่เข้าไปติดต่อตอนขาเข้า พาเข้าไปสอบถามในห้องที่ติดป้ายว่าห้องสอบสวน ใช้เวลานานมาก ในที่สุดจึงบอกว่าหากจะเอารถออกต้องเสียค่าปรับสามพันบาท พี่คนหนึ่งในคณะเข้าไปต่อรองเหลือหนึ่งพันบาท จึงออกมาได้ เสียเวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง โธ่! อยากได้เงินก็น่าจะบอกเสียแต่แรก ต่อมาโทรเล่าให้เพื่อนในเวียงจันทน์ เขาบอกคนลาวเองโดนกันเสมอ แต่เขาจ่ายแค่ 500 บาท
นึกว่าเป็นเออีซีแล้วจะมีอะไรๆ ดีขึ้น หลักการเปลี่ยน แต่คนไม่เปลี่ยนก็อย่าหวังอะไรนักเลย เพื่อนรักก็ตายไปแล้ว ต่อไปนี้ตั้งใจไม่ไปอีกแล้วละเมืองลาว
มัลลิกา



