ไลฟ์สไตล์

อาหารหมูกระทบถึงคน  คุมเข้ม...“ยาโคลิสติน”!

อาหารหมูกระทบถึงคน คุมเข้ม...“ยาโคลิสติน”!

25 ม.ค. 2560

อาหารหมูกระทบถึงคน คุมเข้ม...“ยาโคลิสติน”! 0 พวงชมพู ประเสริฐ 0

     ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเมื่อมีการนำยาโคลิสตินที่เป็นยาปฏิชีวะลำดับท้ายๆที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียน มาผสมอาหารให้หมูกินเพื่อป้องกันการติดเชื้อในหมู แต่เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศและระดับโลก! เพราะนั่นย่อมหมายถึงการเพิ่มโอกาสอย่างมหาศาลที่จะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาโคลิสติน ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อคนที่ติดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยา เนื่องจากยากมากที่จะหายาปฏิชีวนะมาใช้ในการรักษา!!! จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคุมเข้มการใช้ยาโคลิสตินให้สมเหตุสมผล หยุด!การใช้อย่างพร่ำเพรื่อ

       ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหดิล ขยายความว่า ยาโคลิสตินที่ใช้ในคนมีทั้งชนิดกินและชนิดฉีด ซึ่งชนิิดกินประชาชนสามารถหาซื้อมาใช้เองได้ ขณะที่ในโรงพยาบาลจะไม่มีการใช้ ส่วนยาชนิดฉีดใช้ในการรักษาการติดเชื้อในเลือดและการติดเชื้อในปอด ยังมีความจำเป็นต้องใช้ แต่จะใช้ภายใต้การสั่งของแพทย์และในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันเชื้อแบคทีเรียมีการดื้อต่อยาอื่นๆมากมาย ทำให้ใช้ยาตัวอื่นไม่ได้ จำต้องใช้ยาลำดับท้ายๆอย่างโคลิสติน

อาหารหมูกระทบถึงคน  คุมเข้ม...“ยาโคลิสติน”!

     ผศ.นพ.กำธร อธิบายอีกว่า แบคทีเรียจะมีการดื้อต่อยาโคลิสตินได้ง่ายและเร็วมาก สามารถดื้อได้ในเวลารวดเร็ว จึงควรสงวนยาโคลิสตินไว้ใช้เฉพาะในกรณีการรักษาโรคติดเชื้อที่ไม่มียาปฏิชีวนะตัวอื่นรักษาได้ และถ้าแบคทีเรียดื้อต่อยาโคลิสตินแล้ว ก็จะไม่มียามารักษา จึงไม่อยากให้มีเชื้อแบคทีเรียดื้อยาโคลิสนตินเลยไม่ว่าจะในโรงพยาบาลหรือในคน

     “ยีนเอ็มซีอาร์-วัน เป็นยีนที่พบในแบคทีเรียที่ดื้อยาโคลิสติน ซึ่งเท่าที่ทราบในประเทศไทยก็มีคนติดเชื้อดื้อยานี้แล้ว โดยมีทั้งติดแบบไม่รุนแรงมาก ปริมาณเชื้อไม่มากและในอวัยวะที่ไม่สำคัญก็รอด แต่ก็มีที่เสียชีวิตเพราะติดปริมาณมากไม่มียารักษา โดยการที่พบว่าคนไทยมีการติดเชื้อดื้อยานี้ ไม่ต้องสนใจว่าจะต้องให้มีเชื้อดื้อยานี้จำนวนมากก่อนแล้วค่อยป้องกัน แต่จะต้องเริ่มให้ความรู้กับประชาชนและให้ตื่นตัวโดยเร็วที่สุด เป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน” ผศ.นพ.กำธรกล่าวอย่างหนักแน่น  

อาหารหมูกระทบถึงคน  คุมเข้ม...“ยาโคลิสติน”!

         ผศ.นพ.กำธร บอกอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกเลิกยาโคลิสตินชนิดกินสำหรับที่ใช้ในคน เพื่อไม่ให้ประชาชนหาซื้อยาชนิดนี้กินเองได้ตามร้านทั่วไป จะเป็นการช่วยให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น ลดโอกาสที่จะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยาตัวนี้ เพราะจะเหลือเฉพาะยาชนิดฉีดที่จะต้องสั่งใช้โดยแพทย์ ซึ่งถือเป็นการใช้ยาโดยผู้ที่มีความรู้  ก็เหมือนการขับรถ หากคนที่ไม่มีความรู้ขับรถไม่เป็น ไปซื้อรถมาใช้ก็เสี่ยงที่จะได้รับอันตรายอย่างมาก สำหรับในฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะต้องห้ามใช้ยาโคลิสตินในฟาร์มสัตว์ทุกชนิดทันที  โดยจะต้องทำให้ยานี้ถูกใช้โดยผู้ที่มีความรู้เท่านั้น ซึ่งในกรณีของสัตว์ ยาโคลิสตินจะต้องถูกสั่งใช้โดยสัตวแพทย์เท่านั้น

       “เหนืออื่นใดหากมีการออกกฎหมายมาควบคุมการใช้ยาโคลิสตินที่ถูกกฎหมายได้แล้ว จะต้องควบคุมยานอกกฎหมายให้ได้อย่างเต็มที่ด้วย ต้องบังคับ ควบคุมอย่างจริงๆให้ได้ และเกษตรกรต้องตื่นตัวที่จะไม่ใช้ยาโคลิสตินผสมในอาหารให้สัตว์กินโดยเด็ดขาด  และไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในสัตว์ ใช้ยานี้เมื่อสัตว์ป่วยติดเชื้อและจำเป็นต้องใช้เท่านั้น” ผศ.นพ.กำธรกล่าว  

      ต้องรอลุ้นว่า การประชุมคณะกรรมการยานัดต่อไปที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2560  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)จะเสนอให้มีการพิจารณายกเลิกการใช้ยาโคลิสตินชนิดกินในคน ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนยาไว้กับอย.146 ทะเบียนผลจะออกมาเป็นอย่างไร รวมถึง การที่อย.และกรมปศุสัตว์เห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องยกระดับยาโคลิสตินที่ใช้ในสัตว์ให้เป็นยาควบคุมพิเศษที่จะต้องสั่งใช้โดยสัตวแพทย์เท่านั้น จากที่ปัจจุบันเป็นยาอันตรายที่สามารถหาซื้อมาใช้ได้เองจากร้านทั่วไป ว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นเช่นไร และการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาภายใต้ยุทธศาสตร์การจัดการเชื้อดื้อยาที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้วนั้น จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่มุ่งปกป้องประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

    0 พวงชมพู ประเสริฐ รายงาน 0 

 

     6 ยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560 -2564

       ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว

      ยุทธศาสตร์ที่ 2 การควบคุมการกระจายยาต้านจุลชีพในภาพรวมของประเทศ

     ยุทธศาสตร์ที่ 3 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาลและควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม

     ยุทธศาสตร์ที่ 4 การป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยาและควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในภาคการเกษตรและสัตว์เลี้ยง

      ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมความรู้ด้านเชื้อดื้อยา และความตระหนักด้านการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมแก่ประชาชน

      ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารและพัฒนากลไกระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างยั่งยืน