ไลฟ์สไตล์

สร้างเหตุ ปฏิเสธผล

สร้างเหตุ ปฏิเสธผล

26 ส.ค. 2552

“คนชั่วยังเห็นเป็นดีอยู่ ตราบเวลาที่ความชั่วยังไม่ให้ผล เมื่อใดที่ความชั่วให้ผล เมื่อนั้นคนชั่วย่อมเห็นความชั่ว คนดียังเห็นเป็นชั่วอยู่ ตราบเวลาที่ความดียังไม่ให้ผล เมื่อใดความดีให้ผล เมื่อนั้นคนดีย่อมเห็นเป็นความดี" (จากพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ คาถาธรรมบท)

  ข้อความสูงส่ง และศักดิ์สิทธิ์ข้างต้นจากพระพุทธเจ้า บอกให้เราตระหนักในผลของความดี และตระหนักในผลของความชั่ว ที่จะตามมาในภายหลังจากการกระทำ ไม่ช้าก็เร็ว เพราะกรรมทุกอย่าง ล้วนจะต้องให้ผลแก่ผู้กระทำทั้งหมดสิ้น

 แต่ด้วยความใจร้อนเร่งเร้าให้เกิดผลแห่งกรรม คนดีจึงหมดกำลังใจในการทำความดี คนชั่วจึงพากันเหิมห่ามย่ามใจ จากการทำความชั่วอยู่ทั่วไปในโลก

 “กฎแห่งกรรมยุติธรรมที่สุด” เป็นถ้อยคำอมตะ ที่ควรเตือนใจตนและคนอื่นอยู่เนืองๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎแห่งกุศลกรรม หรือกฎแห่งอกุศลก็ตาม ล้วนให้ผลอย่างเที่ยงตรงคงเส้นคงวาแก่ทุกชีวิต

 หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ได้กล่าวถ้อยคำสั้นๆ ไว้ให้สังวรว่า “ไม่มีใครเก่งเกินกรรม”
 เมื่อตนเองดีขึ้นแล้ว โลกก็ย่อมจะดีขึ้นโดยปริยาย จนมีผู้กล่าวไว้น่าฟังว่า “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก”
 ความต้องการ มักจะเป็นความต้องเกิน ว่ากันว่า ความจนต้องการบางอย่าง ความฟุ่มเฟือยต้องการหลายอย่าง แต่ความโลภต้องการทุกอย่าง  ดังนั้น ถ้าชาวโลกไม่เริ่มต้นด้วยการลดละกิเลสความโลภ และได้เรียนรู้ความสุขจากการลดละความโลภ ด้วยการใช้ชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ก็เป็นการยาก ที่ชาวโลกจะลดละความโลภลงไปได้ กลายเป็นว่า ทุกวันนี้ ชาวโลก คือ ชาวโลภ

 พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ความโลภเป็นอันตรายแก่ธรรมทั้งปวง การสร้างค่านิยมแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดในชีวิตของมนุษย์ เพราะถ้าเราสร้างตนเองให้มั่งคั่งร่ำรวยมากเท่าใด ก็จะทำให้ผู้อื่นขัดสนจนยากมากเท่านั้น

 ดังนั้น บนวิถีทางแห่งคุณธรรม จึงมิใช่วิถีทางแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย หลักการของนักบวชคริสต์ บัญญัติไว้ว่า ๑.ความบริสุทธิ์ ๒.ความยากจน ๓.ความนบนอบ

 อดีตนายกฯ ผู้มั่งคั่ง เร่ร่อนอยู่ต่างแดน อ้างคำพูดของมหาเศรษฐีโลกคนหนึ่งว่า
 “เกิดมาเป็นคนจน มิใช่ความผิด แต่ถ้าตายอย่างยากจนนั่นสิ เป็นเรื่องผิด”  นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์ แท้จริงแล้ว คนเราล้วนเกิดมาอย่างไม่มีอะไร ยามมีชีวิตอยู่ แม้ยากจนปานใด ก็มีอะไรมากกว่าตอนเกิด ครั้นเมื่อตายลงไป คนเราก็กลับไปสู่ภาวะแบบเดียวกับที่ตนเกิดมานั่นแหละ

 มนุษย์จึงไม่ควรปฏิเสธ ผลแห่งความทุกข์ ที่เราท่านทั้งหลายต่างมีส่วนสร้างเหตุปัจจัย และถ้าจะลดละความทุกข์ ก็ต้องลดละเหตุปัจจัยแห่งทุกข์ร่วมกัน

"ท่านจันทร์"
www.prajan.com