
กกอ.ลงดาบม.เอกชน8แห่งหลักสูตรไร้คุณภาพ
กกอ.ลงดาบม.เอกชน8แห่งหลักสูตรไร้คุณภาพ ชงผลิตครูระบบปิดทดแทนการเกษียณอายุราชการ คาดปรับปรุงหลักสูตรคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ให้เข้มข้น หวังเริ่มใช้ปีการศึกษา60
ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า ตามที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อ 4 ให้กกอ.รายงานต่อรมว.ศึกษาการ เมื่อปรากฏว่าสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอุดมศึกษาแห่งใดมีกรณีต่างๆ นั้น ที่ประชุมได้มีการนำเสนอรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา ทั้งหมด 12 แห่ง แบ่งเป็น ม.รัฐ 4 แห่ง มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล และม.เอกชน 8 แห่ง มีปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาไม่เป็นไปมาตรฐานการศึกษาอุดมศึกษาหรือมาตรฐานหลักสูตร ซึ่งกกอ.ได้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมา 2 ชุด เพื่อเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา โดยก่อนหน้านี้ได้มีการพิจารณาและเสนอแก้ปัญหาแก่มหาวิทยาลัยรัฐทั้ง 4 แห่งแล้ว
ส่วน ม.เอกชน 8 แห่ง ที่มีปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาไม่มีคุณภาพและมาตรฐานหลักสูตรนั้น ที่ประชุมกกอ.เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษานำเสนอรายชื่อม.เอกชนที่มีปัญหาและแนวทางในการจัดทำแผนปรับปรุงหลักสูตรและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ตามที่มหาวิทยาลัยที่มีปัญหาได้จัดส่งมาว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีแนวทางในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มีคุณภาพ และต้องใช้เวลาในการปรับปรุง 1 ภาคเรียน หรือประมาณ 6 เดือน หากไม่สามารถแก้ไขได้ก็ต้องงดรับนักศึกษาในหลักสูตรที่มีปัญหา ซึ่งจะตรวจสอบรายละเอียด ความถูกต้องอีกครั้งก่อนจะเสนอรมว.ศึกษาธิการให้พิจารณาต่อไปในวันที่ 16 ม.ค.2560 ทั้งนี้ รายชื่อมหาวิทยาลัยนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยและเรื่องนี้ต้องผ่านการพิจารณาจากรมว.ศึกษาธิการก่อน
เลขาธิการกกอ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าในเรื่องการผลิตครูในระบบปิดตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อต้องการขยายการผลิตครูรองรับอัตราที่จะบรรจุเพื่อทดแทนการเกษียณอายุราชการ โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 หรือ ประมาณ 6,000 คนต่อปี นั้น สกอ.กำลังนัดประชุมหารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) ในการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ให้เข้มข้น และสามารถออกมาทำงานได้ทันที โดยจะต้องมีการปรับรายละเอียดและวิธีการสอนให้เหมาะสม เช่น วิชาเอกควรมีกี่วิชา หรือการฝึกสอนจะต้องดำเนินการอย่างไรให้โรงเรียนไม่ขาดครูฝึกสอน เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมและดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค.นี้ เพื่อประกาศให้มหาวิทยาลัยที่พร้อมเข้าร่วมได้รับทราบ และให้ทันใช้ในภาคเรียนปีการศึกษา 2560



