ไลฟ์สไตล์

ลูกนอนกรน...อันตราย

ลูกนอนกรน...อันตราย

24 ส.ค. 2552

เสียงกรนเป็นเสียงที่เกิดช่วงหายใจเข้าขณะนอนหลับ ในเด็กปกติขณะหลับ ทางเดินหายใจส่วนบนจะตีบแคบลงกว่าขณะตื่น และลิ้นทำให้เกิดเสียงกรน แต่ยังมีภาวะการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ปกติ จึงไม่เกิดปัญหา แต่ในเด็กบางรายที่นอนกรนร่วมกับมีภาวะพร่องออกซิ

ภาวะแทรกซ้อนในเด็กที่เป็น OSA เช่น ปัญหาสมองและพฤติกรรม เรียนตกต่ำ ซุกซนผิดปกติ สมาธิสั้น ความดันโลหิตสูง และหัวใจซีกขวาวายได้

สาเหตุ
 - ต่อมทอนซิลและอะดินอยด์โต ซึ่งพบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กวัยก่อนเรียนหรือวัยอนุบาล ซึ่งเป็นวัยที่ระบบน้ำเหลืองมีการเจริญเติบโตมากกว่าวัยอื่น
 - เด็กอ้วน เนื่องจากมีไขมันสะสมมากขึ้น บริเวณช่องคอ ผนังรอบลำคอและทรวงอก
 - ความผิดปกติของรูปหน้าและกะโหลกศีรษะกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม
 - ความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 - ภูมิแพ้จมูก จากมีการบวมของโพรงจมูก
 - การติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน
 - การได้รับควันบุหรี่มือสอง (passive smoking)

อาการ
 - หายใจลำบาก อ้าปากหายใจ
 - กระสับกระส่าย ตื่นบ่อย
 - เขียว หยุดหายใจ
 - ปัสสาวะรดที่นอน
 - ง่วงนอนหรือนั่งสัปหงกในเวลากลางวัน
 - ปวดศีรษะตอนเช้า
 - การเรียนตกต่ำ สมาธิสั้น
 - ปัญหาด้านพฤติกรรม ซุกซนผิดปกติ
 - มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
 - เหนื่อยง่ายผิดปกติ

การรักษา
 การรักษาภาวะดังกล่าวขึ้นกับสาเหตุของโรคในแต่ละราย ในเบื้องต้นแพทย์จะรักษาทางยาในโรคที่สามารถรักษาได้ก่อน เช่น การให้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกหรือยารับประทาน ในเด็กที่มีภูมิแพ้จมูกร่วมด้วย เพื่อลดการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจและจมูก การให้ยาต้านจุลชีพในรายที่มีการอักเสบติดเชื้อของช่องคอและจมูก รวมถึงการลดน้ำหนักในเด็กที่อ้วน เป็นต้น
 ในรายที่มีต่อมทอนซิลและอะดินอยด์โตร่วมด้วยและเป็นสาเหตุของภาวะ OSA แพทย์จะผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดินอยด์ออก (Adenotonsillectomy) ซึ่งพบว่าอาการดีขึ้นหลังการผ่าตัดถึงร้อยละ 75-100 สำหรับรายที่มีรูปหน้าและกะโหลกศีรษะผิดปกติ อาจรักษาโดยส่งปรึกษาแพทย์ทางศัลยกรรมตกแต่งหรือแพทย์ศัลยกรรมประสาทเพื่อผ่าตัดรักษาต่อไป
 ในผู้ป่วยบางราย เช่น เด็กอ้วนที่ยังไม่สามารถลดน้ำหนักได้ปกติ รายที่ไม่สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ หรือผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดินอยด์แล้วยังมีภาวะ OSA อยู่ อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจชนิดให้ความดันบวกผ่านทางหน้ากาก continuous positive air way pressure หรือ CPAP
                                                                      
ข้อควรทราบที่สำคัญ
  เด็กที่เป็น OSA อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัยร่วมกันได้ ดังนั้นต้องให้การดูแลรักษาให้ครอบคลุมจึงจะได้ผลการรักษาที่ดี เช่น ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ตลอดจนควันบุหรี่ด้วย
 หากบุตรหลานของท่านนอนกรนและมีอาการสงสัยภาวะดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย และการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและรุนแรงตามมา
คลินิกระบบหายใจเด็ก ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719