ไลฟ์สไตล์

รพ.พื้นที่น้ำท่วมปิดให้บริการแห่งเดียว!!!

รพ.พื้นที่น้ำท่วมปิดให้บริการแห่งเดียว!!!

10 ม.ค. 2560

สธ.เผยรพ.พื้นที่น้ำท่วมปิดให้บริการแห่งเดียวคือ รพ.บางสะพาน เร่งระดมยา-เวชภัณฑ์ลงพื้นที่ ระบุเบื้องต้นต้องการ 1 แสนชุด เตือนระวังอุจจาระร่วง-ตาแดง-ฉี่หนู

         เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มกราคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)ในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า ในพื้นที่น้ำท่วมขณะนี้มีโรงพยาบาลที่ต้องปิดให้บริการเพียงแห่งเดียว คือ รพ.บางสะพาน เนื่องจากจำเป็นต้องตัดระบบน้ำ ระบบไฟ  โดยมีผู้ป่วยในรักษาตัวอยู่ 52 ราย ทั้งนี้ ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักวิกฤติ ไอซียู  จำนวน  6 ราย ไปอยู่ที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ 4 ราย และรพ.หัวหิน 2 ราย และผู้ป่วยทั่วไป 8 รายไปอยู่ รพ.ทับสะแก แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560

      เหลือผู้ป่วยที่อาการไม่หนักประมาณ 38 ราย ได้เร่งประสานทหารเข้าช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลอื่นให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 มกราคม 2560 จากเดิมที่จะเคลื่อนย้ายตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่สามารถเดินทางได้เพราะระดับน้ำสูง โดยประสานขอรถยีเอ็มซีของทหารเข้ามาช่วย และขณะนี้ได้เปิดโรงพยาบาลสนามให้บริการที่ ร.ร.บางสะพานวิทยา จากนั้นอีกไม่กี่วันเมื่อน้ำลดจะจัดส่งทีมวิศวกรทางการแพทย์เข้าช่วยเหลือ เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้โดยเร็วที่สุด ส่วนโรงพยาบาลในพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆสามารถเปิดให้บริการได้ 

          สำหรับการช่วยเหลือดูแลประชาชนได้มีการจัดตั้งศูนย์อพยพและเปิดโรงพยาบาลสนามในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยจะมีทีมแพทย์จากส่วนกลางประมาณ 30-40 ทีม ลงพื้นที่เสริมจากทีมในพื้นที่ และเตรียมจัดแพทย์จากภาคเหนือ อีสาน ส่วนกลางและโรงเรียนแพทย์ เพื่อลงไปสับเปลี่ยนกับบุคลากรในโรงพยาบาลใหญ่ เนื่องจากบุคลากรค่อนข้างอ่อนล้าและเป็นผู้ประสบภัยด้วย  นอกจากนี้ได้มีการติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในส่วนของผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามให้ครบทุกคน  ในส่วนของการจัดหายาและเวชภัณฑ์ จากการประเมินเบื้องต้นมีความจำเป็นต้องใช้ประมาณ 1 แสนชุด ซึ่งได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมเร่งผลิตร่วมกับการผลิตของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สามารถผลิตเองได้ โดยสิ่งที่พื้นที่ต้องการเพิ่มเติม คือ สารส้ม คลอรีน ยากันยุง และรองเท้าบู๊ท จะเร่งประสานและจัดส่งลงพื้นที่

            “ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน่วยบริการสังกัดสธ.นั้น ขณะนี้กำลังให้แต่ละหน่วยบริการประเมินและสรุปข้อมูลการขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง อย่างไรก็ตาม สธ.มีงบในส่วนของภัยพิบัติอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท อาจต้องนำงบในส่วนนี้มาใช้เพื่อการฟื้นฟูร่วมกับการจัดหาเวชภัณฑ์ แต่หากไม่เพียงพอจะหารือกับศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอของบกลางจากรัฐบาล  ในส่วนของบุคลากรสาธารณสุขเองที่ได้รับผลกระทบนั้น มีเงินสวัสดิการช่วยเหลือบุคลากรเหลืออยู่ประมาณ 1.6 ล้านบาท จะนำมาใช้ช่วยเหลือบุคลากร สธ.ที่เดือดร้อนด้วย และจะเปิดบัญชีขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือบุคลากรด้วย เพราะในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีบุคลากรที่เดือดร้อนถึง 75% และจ.สุราษฎร์ธานี เดือดร้อน 30-70%” นพ.โสภณกล่าว

            นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า ในพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ประชาชนควรต้องป้องกันโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น อุจจาระร่วง  โรคฉี่หนู และตาแดง เป็นต้น จึงควรกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ รวมทั้งอาจมียุงมาก ต้องใช้ยากันยุงและระวังโรคที่มียุงเป็นพาหะ รวมทั้งการเดินย่ำพื้นที่น้ำขังต้องระวังโรคฉี่หนู หากมีอาการไข้สูง ตาแดง และปวดน่องให้นึกถึงโรคฉี่หนู  และการทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ควรระมัดระวังเรื่องของไฟฟ้าช็อตด้วย