ไลฟ์สไตล์

หมอ รพ.แม่สอด ช่วยชีวิตทารกแรกคลอด บอก "เรื่องเงินไว้ทีหลัง"

หมอ รพ.แม่สอด ช่วยชีวิตทารกแรกคลอด บอก "เรื่องเงินไว้ทีหลัง"

09 ม.ค. 2560

หมอรพ.แม่สอด ยื้อชีวิตทารกพม่าแรกคลอด หลังพ่อแม่ถอดใจไม่เซ็นให้รักษาตัวในไอซียู เหตุไม่มีเงิน หมอชี้ "เรื่องเงินไว้หลัง " ชาวเน็ตแห่ชื่นชม-เอาใจช่วย

        โลกโซเชียลต่างแสดงความชื่นชมนายแพทย์คนหนึ่งในโรงพยาบาลแม่สอด ที่ตัดสินใจยื้อชีวิตเด็กทารกแรกคลอด ซึ่งน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติไว้ ภายหลังจากผู้เป็นพ่อและแม่ชาวพม่า ยอมถอดใจ ไม่เซ็นชื่อยินยอมให้ลูกเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู เนื่องจากไม่มีเงินจ่าย แต่เมื่อเห็นเด็กทารกคนดังกล่าวยังคงพยายามมีชีวิตสู้ต่อ แม้เวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมงจนร่างกายเด็กเริ่มเขียวคล้ำ แต่เด็กยังคงมีลมหายใจอยู่ 
        นายแพทย์คนดังกล่าวจึงตัดสินใจนำตัวเด็กเข้ารักษาในห้องไอซียู ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นคุณหมอบอกเพียงว่า "เรื่องเงินไว้ทีหลัง" 
        ขณะเดียวกันผู้คนที่ทราบเรื่อง ต่างพากันบริจาคเงินเข้ามูลนิธิโรงพยาบาลแม่สอด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรักษาตัวของทารกน้อยรายนี้
    นพ.พิพัฒ เคลือบวัง แพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านกุมารเวชกรรม) โรงพยาบาลแม่สอด โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊คส่วนตัว "พิพัฒ เคลือบวัง" พร้อมรูปถ่ายทารกคนดังกล่าวขณะทำการรักษาตัวว่า "ทารกพม่า เพิ่งเกิด 8 ขีด พ่อแม่ไม่มีตังค์ เซ็นต์ไม่ขอเข้าไอซียู 12 ชม.แล้ว เขียวแล้ว เหนื่อยมากแล้ว ชีวิตหมอทนดูทารกน้อยทรมานไม่ได้ "เอาเข้าไอซียู ช่วยก่อนครับ เรื่องเงินไว้ทีหลัง" เช้านี้ดีแล้ว มีแววอีกนาน ตัดสินใจไปแล้ว มีปัญหา มีข้อจำกัดก็แก้กันไป หมอช่วยแล้ว หนูช่วยลุงหมอด้วยน่ะ..หายใจเข้าไว้ลูก หายใจเข้าไว้ สู้ๆนะ "
    และข้อความระบุว่า "โรงพยาบาลยืนยันจะดูแลน้องเต็มที่ครับ ( ผู้ใจบุญบริจาคช่วยค่ารักษาได้ที่ มูลนิธิ ร.พ.แม่สอด เลขบัญชี 3021363708 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บัญชีออมทรัพย์ ) 
    รายงานข่าวเปิดเผยว่าคุณแม่ชาวพม่ารายนี้มาคลอดลูก โดยมีอายุครรภ์เพียง 26 สัปดาห์ จากคนปกติที่จะมีอายุครรภ์ที่ 35-40 สัปดาห์ โดยหลังคลอดพบว่า ทารกมีน้ำหนักตัวเพียง 800 กรัม หรือ 8 ขีดเท่านั้น ทำให้ปอดยังทำงานไม่เต็มที่ ต้องนำเข้ารักษาตัวในไอซียูโดยด่วน แต่ทางพ่อแม่เด็กไม่เซ็นยินยอม เพราะมีฐานะยากจน และทำใจว่าลูกอาจไม่มีชีวิตรอด 
    อย่างไรก็ตามอาการล่าสุดของทารกน้อยรายนี้ ยังคงรักษาตัวในห้องไอซียู และต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน ขณะที่บรรดาชาวเน็ตต่างแห่ให้กำลังใจขอให้หนูน้อยมีชีวิตรอด สมกับความพยายามของคุณหมอ และแสดงความชื่นชม นพ.พิพัฒ ที่ตัดสินใจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติและฐานะ ขณะที่ยอดกดไลค์ like มีกว่า 4.6 หมื่นคน และยอดแชร์ share เรื่องนี้มีกว่า 1.3 หมื่นครั้ง