
วธ.จัดพิมพ์จดหมายเหตุ-หนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธี 11 รายการ
วธ.เตรียมจัดพิมพ์หนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจำนวน 11 รายการ พร้อมเตรียมคัดเนื้อหาพิมพ์หนังสือแจกประชาชน 5 ล้านเล่ม
วธ.เตรียมจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพจำนวน 11 รายการ อาทิ จดหมายเหตุหลัก,จดหมายเหตุฉบับสื่อมวลชน-ชาวบ้าน บทกวีแสดงความอาลัย ศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 ที่กระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและและหนังสือที่ระลึกจำนวน 11 รายการ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของปวงพสกนิกรชาวไทย และบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติ เพื่อศึกษา ค้นคว้าและอ้างอิงต่อไป โดยหนังสือจดหมายเหตุ แบ่งเป็น หนังสือจดหมายเหตุหลัก ได้แก่ หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตร
นายวีระ กล่าวต่อไปว่า และหนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง 4 รายการ ได้แก่ 1.จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฉบับประชาชน 2.จดหมายเหตุฉบับสื่อมวลชน (ข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์ไทยและหนังสือพิมพ์ในต่างประเทศ) รวบรวมข่าว ภาพเหตุการณ์เกี่ยวกับการเสด็จสวรรคต งานพระราชพิธีพระบรมศพ ข่าวและภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระบรมศพมารวบรวมไว้ทั้งจากสื่อในประเทศไทยและสื่อต่างประเทศทั่วโลก โดยได้รับความร่วมมือจากหอสมุดแห่งชาติ 50 ประเทศจัดส่งข้อมูลมายังวธ.
3.หนังสือและซีดีบทเพลงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งรวบรวมได้แล้วกว่า 150 เพลง และ4.หนังสือกานท์กวีคีตการปวงประชาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวบรวมบทกวีที่หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชนและประชาชนแต่งขึ้น เพื่อแสดงความอาลัยจากสื่อต่างๆ เช่น ป้ายข้อความที่ติดตามสถานที่ต่างๆ และสื่อออนไลน์ อาทิ เวบบอร์ด เฟซบุ๊ค ขณะนี้วธ.ร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) และบริษัททีโอที จำกัด(มหาชน) รวบรวมบทกวีได้แล้ว 689 สำนวน โดยวธ.จะคัดเลือกบทกวีที่ทรงคุณค่ามาจัดพิมพ์ลงในหนังสือ
นายวีระ กล่าวอีกว่า ส่วนหนังสือที่ระลึก 6 รายการ ได้แก่ 1.พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์และพระเมรุในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2.นวมินทราศิรวาทราชสดุดี ร้อยกรองเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเชิญศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่มีชื่อเสียง 9 คน มาประพันธ์บทร้อยกรอง เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 3.พระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตร เป็นการรวบรวมพระราชพิธีสมัยรัชกาลที่ 9 ทั้งที่เคยตีพิมพ์มาแล้ว และยังไม่เคยตีพิมพ์มาไว้ด้วยกัน 4.หนังสือเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพในงานด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม จะรวบรวมพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสสาขาต่างๆ อาทิ ดนตรี จิตรกรรม ศาสนา โดยจะรวบรวมข้อมูลจากกระทรวงและหน่วยงานต่างๆมาไว้ด้วยกัน 5.ศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และ6.เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่น ราชรถ ราชยาน
“ในการจัดพิมพ์หนังสือทั้ง 11 รายการนั้น จดหมายเหตุหลักจะจัดพิมพ์ 20,000 เล่ม ส่วนหนังสือจดหมายเหตุฉบับรองและหนังสือเล่มอื่นๆ จะจัดพิมพ์รายการละ 15,000 เล่ม และมอบให้แก่ห้องสมุด สถานศึกษาและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงจัดทำเป็นอีบุ๊ก เพื่อให้หน่วยงานต่างๆและประชาชนเข้ามาดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้คัดเลือกหนังสือที่ระลึก 2 รายการจาก 6 รายการ ได้แก่ หนังสือพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์และพระเมรุในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และหนังสือเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดพิมพ์หนังสือเพิ่มเติมแจกให้แก่ผู้เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง”รมว.วัฒนธรรม กล่าวและว่า ทั้งนี้ วธ.ตั้งเป้าหมายจะจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกให้แล้วเสร็จก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ยกเว้นหนังสือจดหมายเหตุหลักและหนังสือจดหมายเหตุรอง ซึ่งจะต้องรอให้งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จสิ้นก่อนจึงจะแล้วเสร็จสมบูรณ์
นอกจากนี้ จะมีการจัดทำหนังสืออาจจะมีเนื้อหาเกี่ยวพระราชประวัติ พระราชพิธี ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคัดเลือกเนื้อหาเพื่อแจกประชาชนในจังหวัดต่างๆด้วย คาดว่าจะจัดพิมพ์ประมาณ 5 ล้านเล่ม ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐ เอกชนและประชาชนร่วมสนับสนุนการจัดพิมพ์



