ไลฟ์สไตล์

2 ปีนำการศึกษาพัฒนาภาคใต้ "ปลอดภัย-เรียนมีคุณภาพ-เพิ่มโอกาส"

2 ปีนำการศึกษาพัฒนาภาคใต้ "ปลอดภัย-เรียนมีคุณภาพ-เพิ่มโอกาส"

10 ม.ค. 2560

กว่า 2 ปีที่““บิ๊กน้อย” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก รมว.ศึกษาธิการในการกำกับดูแลนโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้...

ทำงานแบบคลุกวงในลงพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ4อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่มีชายแดนติดกับ 3 จังหวัด คือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย

2 ปีนำการศึกษาพัฒนาภาคใต้ "ปลอดภัย-เรียนมีคุณภาพ-เพิ่มโอกาส"

พล.อ.สุรเชษฐ์ สะท้อนภาพการทำงานว่า ได้พบสาเหตุของปัญหาและคิดหาวิธีการจนได้แนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้สอดคล้อง กลมกลืนกับวิถีชีวิต โดยเฉพาะดูแลจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ศธ.กว่า 1 ล้านคน ทำงานแบบบูรณาการร่วมกันกับทุกหน่วยงานให้แน่นแฟ้น ซึ่งประชาชนตอบรับอย่างดี สามารถพัฒนาเยาวชนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้นตามลำดับจากอดีตผลสัมฤทธิ์ฯ อยู่ระดับต่ำสุดในระดับประเทศ เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ

ทุกแผนงานจะมีความเชื่อมโยงกัน พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ สร้างความเป็นเอกภาพ ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเรียกว่า ศูนย์ใต้ ขึ้น ต้องยอมรับว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณภาพการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่ำ สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เมื่อมีการทำร้ายครู เผาโรงเรียน ก็ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของครู เกิดความหวาดกลัว รู้สึกไม่ปลอดภัย ทำให้ไม่มีสมาธิในการสอน 

ขณะเดียวกัน การทำงานในพื้นที่ยังขาดเอกภาพ หน่วยงานต่างๆ แม้แต่หน่วยงานในพื้นที่ของ ศธ. ต่างคนต่างทำงาน ขาดการประสานงาน แต่เมื่อมีศูนย์ใต้มาทำหน้าที่ ได้มีการบูรณาการแผนงาน โครงการ และงบประมาณของหน่วยงาน ศธ. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แผนงานใดที่มีความซ้ำซ้อนกันก็นำมาบูรณาการเป็นแผนเดียวกัน

2 ปีนำการศึกษาพัฒนาภาคใต้ "ปลอดภัย-เรียนมีคุณภาพ-เพิ่มโอกาส"

“ ความปลอดภัยของครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษาและสถานศึกษาต้องมาก่อน โดยประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล พื้นที่และโรงเรียน โดยเจ้าหน้าที่ของ ศธ.ต้องทำงานควบคู่กับฝ่ายความมั่นคง ในการวางแผนและการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งให้ครูได้รับทราบและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด เช่น การเดินทางไป-กลับโรงเรียน ต้องให้ความร่วมมือ ไม่ออกนอกเส้นทาง หากจะมีการปรับเปลี่ยนเวลา เส้นทางต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้ทราบ ซึ่งสถิติความสูญเสียจากเหตุความไม่สงบในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ประมาณ 9 ราย ปี 2558 เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ส่วนปี 2559 เสียชีวิต 1 ราย เป็นตัวชี้วัดของการทำงานได้เป็นอย่างดีและเมื่อครูรู้สึกปลอดภัยก็สามารถปฏิบัติการสอนได้เต็มกำลังความสามารถ” พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

ในเรื่อง การยกระดับคุณภาพการศึกษา ได้นำโครงการต่างๆ ตามนโยบายของ ศธ. ที่มีลงไปสู่พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสอนภาษาไทยแบบแจกลูกสะกดคำ เพื่อให้เด็กชั้น ป.1 อ่านออกเขียนได้ 100% กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเสริมในจัดการเรียนการสอน เรียกได้ว่าในพื้นที่อื่นๆ มีโครงการอะไรพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ทำเหมือนกันแต่จะทำให้เข้มข้น ต่อเนื่องและรวดเร็วกว่า นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกโรงเรียนในตำบล ตำบลละ 1 แห่ง เพื่อพัฒนาเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่เปิดสอนตั้งแต่ ป.1-ม.3 รองรับนักเรียนที่จบชั้น ป.6 เข้าเรียนต่อ ม.1 ในโรงเรียนใกล้บ้านเพื่อไม่ต้องเคลื่อนย้ายหรือเดินทางเรียนไกลๆและสะดวกต่อการดูแลความปลอดภัย

ในส่วนของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยเฉพาะสถาบันศึกษาปอเนาะ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 475 แห่ง ศธ.ส่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน หรือ ครู กศน. 1 คนดูแลรับผิดชอบ 1 สถาบันศึกษาปอเนาะ เพื่อทำหน้าที่สอนวิชาสามัญ ขณะเดียวกันก็ประสานกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดนั้นๆ ไปจัดสอนอาชีพระยะสั้นให้แก่นักศึกษา ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

2 ปีนำการศึกษาพัฒนาภาคใต้ "ปลอดภัย-เรียนมีคุณภาพ-เพิ่มโอกาส"

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่การสร้างโอกาสทางการศึกษา ได้จัดสรรทุนการศึกษารูปแบบต่างๆ กว่า 16,000 ทุนต่อปี โดยโครงการที่ ศธ.ริเริ่มและได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ปกครอง ชุมชน และนักเรียน คือ โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการให้ทุนการศึกษานักเรียนที่จบม.3 เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.00 และมีทักษะทางกีฬา สมัครเข้าเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย (ม.4-6) สายวิทยาศาสตร์-กีฬา และสายศิลป์-กีฬา เปิดสอน 6 แห่ง ได้แก่ ร.ร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ยะลา, ร.ร.รือเสาะชนู ปถัมภ์ นราธิวาส, ร.ร.มัธยมสุไหงปาดี นราธิวาส, ร.ร.โพธิ์คีรีราชศึกษา ปัตตานี, ร.ร.นาทวีวิทยาคม สงขลา และร.ร.ละงูพิทยาคม สตูล ซึ่งปีการศึกษา 2560 จะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ ร.ร.เบตง “วีระราษฎร์ประสาน” ยะลา และร.ร.สุวรรณไพบูลย์ ปัตตานี ทั้งนี้ ยังเตรียมการให้เมื่อเรียนจบ ม.6 ได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรี ปี 2560 จะขยายผลพัฒนาเด็กที่มีความเป็นเลิศด้านอื่นๆ เช่น ดนตรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงเรียนการศึกษาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.ยะลา จะรับนักเรียนรุ่นแรกในปีการศึกษา 2561 ตั้งเป้ารองรับเด็กพิการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ประมาณ 2,000 คน

ส่วนการผลิตและพัฒนาคนให้สอดคล้องกับการพัฒนาของพื้นที่ การพัฒนาประเทศ และเพื่อการมีงานทำ พล.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ได้รณรงค์ให้เด็กนักเรียนมาเรียนสายอาชีพมากขึ้นตามนโยบาย พบว่า ทั้งปีการศึกษา 2558 และ 2559 เด็กในพื้นที่เรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เรียนด้านเกษตรกรรมและประมง ช่างยนต์ขนาดเล็ก ช่างไฟฟ้ารัฐบาลกำหนดให้พื้นที่จ.นราธิวาส(อ.สุไหงโกลก)เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เน้นให้เด็กจบแล้วทำงานในพื้นที่เป็นหลักเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สอศ.ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมอาชีพระดับอำเภอ จำนวน 22 ศูนย์ กระจายทั่วพื้นที่ห่างไกล เพื่อฝึกสอนให้กับเด็กนักเรียนในสายอาชีพ และอบรมอาชีพระยะสั้นให้แก่ประชาชน เป็นการส่งเสริมการสร้างอาชีพ

2 ปีนำการศึกษาพัฒนาภาคใต้ "ปลอดภัย-เรียนมีคุณภาพ-เพิ่มโอกาส"

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เราใช้การศึกษาสร้างความมั่นคงส่งเสริมให้โรงเรียนจัดอบรมต่างๆ ทั้งการส่งเสริมประชาธิปไตย ใช้กิจกรรมลูกเสือเพื่อสร้างความมีวินัย รู้รักสามัคคี ไปจนถึงกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ขณะเดียวกัน ให้ความสำคัญกับการสร้างความรับรู้และความเข้าใจ ต้องทำให้มากขึ้นใช้หลักระเบิดจากภายใน เริ่มจากครูและบุคลากรเข้าใจว่าที่รัฐบาลทำอะไร เป็นประโยชน์อย่างไรและสื่อสารไปสู่ประชาชน ชุมชนในพื้นที่ได้เข้าใจ เมื่อเข้าใจชุมชนเห็นความสำคัญก็จะสนับสนุนซึ่งจะเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่โดยรวม

“จะเห็นได้ว่าการทำงานต่างๆล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมดมุ่งหวังที่จะพัฒนาให้เกิดความเท่าเทียมและทั่วถึง ทำให้เด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคุณภาพการศึกษาเท่าเทียมกับภาคอื่นๆ ในปี 2560 ศธ.ได้รับงบประมาณ 2,700 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการทำงานใน 127 โครงการ ” พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวในตอนท้าย

0 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0

ภาพ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.