นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตระหนักถึงผลกระทบหลังจากผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวแล้วก่อเหตุซ้ำ ทำให้ต้องกลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง เพื่อลดปัญหาอันอาจเกิดขึ้นในอนาคต และให้โอกาสกับผู้ที่เคยกระทำผิดปรับปรุงตนเอง ได้มีงานทำและมีรายได้ดูแลครอบครัว สามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลในสังคมที่ดีขึ้น กระทรวงแรงงานจึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดปัญหาดังกล่าว พร้อมกับให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน สวัสดิการ การประกันสังคม รวมถึงการเข้าถึงแหล่งงานด้วย
ในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักฝึกอาชีพตามความต้องการของตลาดแรงงานได้ดำเนินการพัฒนาทักษะให้กับผู้ต้องขังที่จะได้รับการปล่อยตัวในปี 59 โดยเริ่มดำเนินการฝึกอาชีพพร้อมเพรียงกันทั้ง 77 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค 59 ดำเนินการฝึกอบรมทักษะอาชีพรวม 141 รุ่น รวมฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังทั้งสิ้น 3,081 คน พร้อมดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน 9 รุ่น รวม 185 คน เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะอาชีพแก่ผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในสังคมภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ สาขาที่ทำการฝึก ส่วนใหญ่จึงเป็นสาขาช่างที่อยู่ในความต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ช่างปูกระเบื้อง ช่างเชื่อม ช่างทำมุ้งลวดเหล็กดัด ช่างซ่อมบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก จึงเป็นการสร้างโอกาสการมีงานทำได้สูง และยังมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการได้เอง และที่สำคัญคือการไม่กระทำความผิดอีก ป้องกันและลดการกลับเข้าสู่วังวนเดิมในเรือนจำด้วย
นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า กพร.ดำเนินการส่งเสริมการมีงานทำ และการฝึกทักษะอาชีพให้กับคนทุกกลุ่มอยู่แล้วตามมาตรการ 8 วาระเร่งด่วนปฏิรูปเพื่อความสำเร็จของการเดินหน้าพัฒนากำลังคนของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขัง กพร.มีการดำเนินการมาโดยตลอดฝึกไม่น้อยกว่าปีละ 2,000 คน และจะดำเนินการให้เข้มข้นเสริมด้วยทักษะชีวิต เพื่อสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงด้วย นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอาชีพให้กับแรงงานทั่วไป กลุ่ม OTOP กลุ่มเกษตรกร รวมถึงผู้ถูกเลิกจ้างและว่างงาน ที่มีความสนใจประกอบธุรกิจส่วนตัว เป็นอาชีพอิสระ เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ ซึ่งมีเป้าหมายฝึกอบรมกว่า 17,000 คน ตั้งแต่เดือน ต.ค.- ธ.ค.59 ฝึกอบรมแล้วกว่า 6,000 คน โดยผู้ที่จบหลักสูตรสามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวโดยใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อย อาทิ การทำอาหารว่าง การทำเบเกอรี่ การประกอบอาหารไทยยอดนิยม ช่างปูกระเบื้อง ช่างก่ออิฐ-ฉาบปูน ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมีมาตรฐานฝีมือแรงงานสำหรับทดสอบวัดระดับ หรือใช้เป็นหลักฐานในการสมัครงานกับผู้ประกอบการ การรับเหมางาน หรือในบางสาขาเป็นเอกสารแนบประกอบการไปทำงานต่างประเทศได้ด้วย
ทั้งนี้ ผู้สนใจฝึกอบรม สามารถติดต่อได้ที่สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ ที่ใกล้บ้านท่าน หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2245 4035