ไลฟ์สไตล์

การได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูก!

การได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูก!

08 ม.ค. 2560

การได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับหญิงที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก

 

     ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยรายงานการวิจัยที่พบว่า การได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับหญิงที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก รายงานดังกล่าวทำในเมืองกว่างโจว โดยนักวิจัยชาวจีน ตีพิมพ์ในวารสารโทแบคโก คอนโทรล เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม โดยวิเคราะห์ประวัติสุขภาพของหญิง 19,562 คน ที่ร้อยละ 56.7 หรือ 11,091 คน ที่ขณะเป็นเด็กได้รับควันบุหรี่มือสองอย่างน้อย 15 นาทีต่อวัน เป็นเวลามากกว่า 1 วัน ต่อสัปดาห์ในบ้าน ที่มีผู้สูบบุหรี่อาศัยอยู่ด้วย โดยความเสี่ยงของการแท้งลูกเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่สัมผัสควันบุหรี่มือสอง 

        รายงานนี้เป็นรายงานแรกจากเอเชียที่พบความสัมพันธ์ของการได้รับควันบุหรี่มือสองในวัยเด็ก กับการเพิ่มความเสี่ยงการแท้งลูกของสตรีในวัยเจริญพันธุ์ โดยสาเหตุอื่น ๆ ของการแท้งลูก ได้แก่ การสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์  การที่สามีเป็นคนสูบบุหรี่ การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องขณะตั้งครรภ์ การได้รับมลพิษจากการประกอบอาชีพหรือจากสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยสันนิษฐานว่า การได้รับควันบุหรี่มือสองขณะเป็นวัยเด็กทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเด็กที่กำลังเจริญเติบโต จนนำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ รวมทั้งการเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งลูกได้

      ศ.นพ.ประกิต เปิดเผยว่า การสำรวจล่าสุด พ.ศ.2558 พบว่า เด็กไทยอายุ 13-15 ปี ร้อยละ 33.8ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน และการสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2554 พบว่า ร้อยละ 31.2 ของหญิงไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไป ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน โดยภาคใต้มีอัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านสูงสุด คือ ร้อยละ 43.5 และ กรุงเทพฯต่ำสุด คือ ร้อยละ 13.2 จึงขอเรียกร้องให้ผู้สูบบุหรี่ไทยทุกคนไม่สูบในบ้านหรือดีที่สุดควรเลิกสูบ