
“เปลือกแก้วมังกร-เมล็ดฟักทอง” สู่ผลิตภัณฑ์ความงาม
นศ.ปี 3 สาขาสุขภาพความงาม สอนชุมชนเทศบาลสามแก้ว แปลงร่าง “เปลือกแก้วมังกร-เมล็ดฟักทอง” กลายเป็นผลิตภัณฑ์ความงาม
การเรียนในห้องเรียนนั้นอาจเพียงพอที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ในวิชาการและทฤษฎีต่าง ๆ แต่จะไม่จะเกิดประโยชน์มากขึ้นหากเราสามารถนำความรู้ที่เรียนไปสู่การลงมือปฏิบัติ และเกิดผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะหากสามารถสื่อสาร และถ่ายทอดความรู้ที่มีไปสู่ยังชุมชน และผู้สนใจได้ด้วย ดังเช่น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสุขภาพความงามและสปา วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่ได้ออกให้บริการวิชาการ แก่ชุมชนชนเทศบาลลำสามแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยเลือกนำสิ่งของเหลือใช้จากธรรมชาติ ที่หาได้ง่ายอย่าง “เปลือกแก้วมังกร” และ “เมล็ดฟักทอง” มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการพัฒนาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม
สำหรับความเป็นมาของกิจกรรมนี้ ดร.จุฑาภรณ์ ขวัญสังข์ อาจารย์ผู้ดูแล เล่าว่า การบริการวิชาในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในรายวิชาการดูแลรักษาใบหน้าและร่างกาย ที่นักศึกษาสาขาวิชาสุขภาพความงามและสปา ชั้นปีที่ 3 ต้องลงฝึกสอนนอกสถานที่ ซึ่งที่เทศบาลลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี ก็ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องต่างๆ จึงได้นำนักศึกษามาการลงฝึกสอนที่นี่ โดยนักศึกษาเลือกการสอนและให้ความรู้ในการนำวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ คือ “เปลือกแก้วมังกร” ซึ่งมีสารเบต้า-ไซยานิน วิตามินซี วิตามินบี ขณะที่ “เมล็ดฟักทอง” มีสาร เบต้า-แคโรทีน วิตามินอี เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมที่ใช้ในการดูแลผิวพรรณ ได้แก่ สบู่เหลว แชมพูสระผม และครีมนวดผม พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพความงาม ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว จะทำให้นักศึกษาได้เห็นปัญหาจริง บางครั้งการนั่งเรียนในห้องเรียน นักศึกษาจะไม่ได้ประสบการณ์จากเหตุการณ์จริง ตามนโยบายว่าด้วยบัณฑิต Hand On ได้ปฏิบัติจริง ของ มทร.ธัญบุรี
“พิม” นางสาวพิมพ์กานต์ บัวทอง เล่าว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้าน ทุกคนให้ความสนใจและอยากนำความรู้ในครั้งนี้ไปต่อยอด โดยกลุ่มของตนเองรับผิดชอบในการสอน สบู่เหลว แชมพูสระผม และครีมนวดผม จากเปลืองแก้วมังกร สอนขั้นตอนในการสกัดสารจากเปลือกแก้วมังกร เอาเปลือกแก้วมังกร ล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นสกัดสารโดยใช้ โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) อัตราส่วน1:4 ทิ้งไว้ประมาณ 30นาที ก็สามารถนำมาใช้ได้ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ให้ความร่วมมือ ได้ลงชุมชนฝึกประสบการณ์ได้นำความรู้ ในสิ่งที่เรียนมาไปสอนไปแลกเปลี่ยนแบบวิถีชาวบ้าน
ส่วน “ฟาง” นางสาวญาตา โภชนา เล่าว่า กลุ่มของตนเองรับผิดชอบในการสอนผลิตภัณฑ์จากเมล็กฟักทอง ในการสอนชาวบ้านจะแบ่งชาวบ้านออกเป็น 3 กลุ่ม ที่เลือกเมล็ดฟักทอง เนื่องจากในเมล็ดฟักทองมีวิตามินที่เหมาะกับการบำรุงผิด โดยเฉพาะวิตามัน E จึงได้ช่วยการคิดค้นและพัฒนาสูตร เพื่อนำมาสอนชาวบ้าน ซึ่งในการลงสอนครั้งนี้ต้องมีการเตรียมตัว หาข้อมูล เมื่อชาวบ้านถามจะได้ตอบได้ ซึ่งเป็นการฝึกการเตรียมพร้อมตนเอง ก่อนสำเร็จการศึกษา นำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับชาวบ้าน ชาวบ้านสามารถนำความรู้ไปผลิตภัณฑ์จำหน่าย หรือทำไว้ใช้ในครัวเรือนอีกด้วย
จิตอาสาที่ลงพื้นที่สอนชุมชน นำความรู้ที่ได้เรียนมาไปถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกประสบการณ์จริง ได้ลงมือทำจริง ว่าด้วยบัณฑิต Hand On ได้ปฏิบัติจริง ของ มทร.ธัญบุรี



