ไลฟ์สไตล์

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง -  เก็บเสียเอง

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - เก็บเสียเอง

23 ส.ค. 2552

จากรายการวิทยุ “หมอเฮ เสธ.ฮา” ซึ่งผมจัดกับพี่บัญชร เจ้าของคอลัมน์ของคนรักหมาหน้าเดียวกันนี้

 เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีท่านผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาร่วมรายการท่านหนึ่งได้ยกเรื่องราวอันเป็นปัญหาโลกแตกระหว่างคนกับหมา และคนกับคน มาเล่าสู่กันฟัง นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก

 เธอเล่าว่า ข้างบ้านของเธอเลี้ยงหมาไว้แล้วเจ้าของก็ปล่อยออกมาขับถ่ายนอกบ้าน ไม่ยอมให้ทำเลอะเทอะในบ้านตนเอง แน่นอนครับบ้านของเธอเป็นแห่งหนึ่งที่รับเคราะห์เต็มๆ เพราะใกล้ชิดที่สุด เจ้าหมาเหล่านั้นทั้งอึทั้งฉี่ที่หน้าบ้านเธอทุกวัน เป็นประจำ ทั้งเช้าเย็น

 เธอเคยโทรศัพท์มาปรึกษาหารือถึงวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวกับรายการของผมอยู่ครั้งหนึ่ง เธอใช้วิถีทางทุกอย่างตั้งแต่ง่ายไปจนยากยิ่งเพื่อแก้ปัญหาหมาขี้หน้าบ้าน เช่น เอาขวดน้ำวางเรียงไว้บนขอบทางก็ไม่ได้ผล จัดแจงกำจัดขยะบริเวณรอบๆ ให้สะอาดก็ยังมาทำสกปรกขับถ่ายไว้อีก แม้ว่าจะใช้น้ำยากำจัดกลิ่น ก็มิอาจช่วยป้องกันได้ ฯลฯ

 คุณผู้หญิงท่านนี้จึงใช้การทูตเข้าช่วยด้วยการไปเจรจากับเจ้าของหมา ซึ่งก็คือเล่าถึงความลำบากทุกข์ยากเดือดร้อนจากกลิ่นและความสกปรกที่หมาของเขากระทำไว้ ตลอดจนความพยายามการแก้ไขของเธอ แต่ก็ไม่ได้ผล เจ้าของหมาหาทุกข์ร้อนและสนองตอบเพื่อช่วยเหลือเธอไม่

 นี่ถ้าเป็นเพื่อนบ้านคนอื่นเขาคงไม่ทนใช้วิธีสันติเช่นเธอแน่ๆ เจ้าของหมามีหวังโดนอะไรสักอย่างเป็นเครื่องห้ามปรามให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง

 ในครั้งนี้ที่โทรศัพท์มาเล่าเรื่องให้เราฟังทางรายการวิทยุด้วยน้ำเสียงแห่งชัยชนะ ซึ่งเรารู้สึกได้เมื่อเธอบอกว่าในที่สุดดิฉันก็ “เก็บ” เอาเลยค่ะ!

 ผมและพี่บัญชรสะดุ้งเหยงพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เอาละซินี่เรื่องขี้หมาจะพาเดือดร้อนรุนแรงถึง เก็บ กันเชียวหรือ? รายการของเราจะเป็นต้นเหตุยุให้ผู้คนเขาลงไม่ลงมือกันหรือไร ? เราคิดกันไปต่างๆ นานาถึงกรณีการ “เก็บ” ตามความหมาย ซึ่งตีความต่อไปถึงว่าเก็บอะไร ? หรือเก็บใคร ? จะเป็นการเก็บที่หมายถึง ปลิดชีพ ขนาดนั้นเชียวหรือ

 การเก็บของเธอเป็นการเก็บอะไร ? เก็บเจ้าตัวหมา นั่นน่ากลัวและเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์กันมากที่สุด แต่ดูจะโหดไป ไม่มีใครอยากให้เกิดและไม่ส่งเสริมแน่ แต่กรณีนี้ไม่เกิดขึ้น จึงนำไปสู่การ “เก็บเจ้าของ” นี่น่ากลัวน่าตกใจเป็นที่สุด และไม่น่าจะเป็นไปได้เลย อย่างไรเสียก็มิอาจมองข้ามไป ด้วยความเกรงว่ากรณีขี้หมาจะทำให้ต้องลงเอยด้วยชีวิตคนไม่ใช่ชีวิตหมา คนหนึ่งเสียชีวิต อีกคนเปลี่ยนวิถีชีวิต (เข้าไปอยู่ในคุก) อย่างนั้นหรือ ?

 แล้วเราทั้งคู่ก็ต้องทั้งแปลกใจ และโล่งใจ ซ้ำยังเห็นมุมมองอีกมุมมองหนึ่งของคนในสังคมยุคปัจจุบัน เมื่อคุณผู้หญิงผู้รับเคราะห์จากขี้หมาเฉลยไขว่าเธอ “เก็บ” ขี้หมาเหล่านั้นเอง ! ไม่ว่าจะอึเช้าอึเย็น หน้าบ้าน ข้างบ้าน ที่ใกล้กับบริเวณบ้านเธอเธอไม่เกี่ยงด้วยเหตุผลว่าทำทุกอย่างแล้วไม่สำเร็จ วิธีรุนแรงไม่ต้องการและจะทำอะไรได้ นอกจากเก็บขี้หมาเสียเอง !

 เจ้าของหมาจะหน้าด้านทนดูทุกข์ของเพื่อนบ้านอันเกิดจากการกระทำของตนเองที่ปล่อยหมาไปขี้เรี่ยราดได้ก็ให้ทนต่อไป ขอเอาใจช่วยคุณผู้ประสบเหตุและมีแนวทางคิดอีกแนวหนึ่งอย่างสันติครับ!
        

ปานเทพ รัตนากร