
“กรมวิทย์ฯ” เผย ปี59ตรวจพบครีมหน้าขาวผสมสเตียรอยด์ชนิดรุนแรง
“กรมวิทย์ฯ”เผย ปี59ตรวจพบ ครีมหน้าขาวผสมสเตียรอยด์ชนิดรุนแรงเป็นครั้งแรกกว่า10%ทำผิวแตกลายงา
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจความปลอดภัยของเครื่องสำอางที่ผ่านๆ มาพบว่าไม่ได้มาตรฐาน มีการผสมสารต้องห้าม อาทิ ปรอท ไฮโดควิโนน สเตียรอยด์ กว่าร้อยละ30แต่สำหรับปี2559กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มีการตรวจโลชั่น ครีมทาผิวหน้าผิวกายจากตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า ขายตรง ผ่านระบบออนไลน์ และตัวอย่างที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งมาให้ตรวจรวม100ตัวอย่างพบว่า10ตัวมีการลักลอบผสมสเตียรอยด์ชนิดรุนแรง คลอเบทาซอล โพรไพโอเนท (Clobetasol propionate) หรือคิดเป็นร้อยละ10
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่าที่สำคัญคือเพิ่งมีการพบเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีการเครื่องสำอางในกลุ่มดังกล่าวมา ส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่ไม่เป็นที่รู้จัก ผลิตเลียนแบบ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะมีการตรวจเข้มงวดมากขึ้น ทำให้มีการปรับเปลี่ยนสารที่ใช้จนมาเป็นสเตียรอยด์ชนิดรุนแรง ดังนั้นในปี2560ทำให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ต้องตรวจเข้มข้นหาสารสเตียรอยด์ชนิดรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
“สเตียรอยด์ชนิดรุนแรงที่มีการผสมเข้าไปในครีม หรือโลชั่นทาผิวหน้า ผิวตัวนั้นจะทำให้ขาวอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน แต่ก็จะทำให้ผิวแตกลายงาได้หลังการใช้เพียง2-4สัปดาห์ และหากยังใช้ต่อเนื่องจะมีผลเสียต่อร่างกายทั้งระบบคือไปกดภูมิคุ้มกันโรคทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย และติดเชื้อง่าย เกิดแผลอักเสบ กระดูกกร่อน กระดูดพรุนได้” นพ.สุขุม กล่าว และว่าการสังเกตทางกายภาพภายนอกของผลิตภัณฑ์ หากพบเนื้อครีมมีการแยกชั้นเป็นตะกอน ควรหลีกเลี่ยงทันที และก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ ควรมีการทาครีมทิ้งไว้ก่อน ที่ท้องแขน ทิ้งไว้ 2 ชม.เพื่อทดลองว่ามีการแพ้หรือไม่ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจากอย.แล้ว
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจวิเคราะห์เครื่องสำอางตกแต่งใบหน้า อาทิ อายแชร์โดว อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว และสีแต่งขนตาหรือมาสคาร่า จำนวน92ตัวอย่าง เพื่อหาในปีเดียวกันนี้พบว่ามีเพียง1ตัวอย่างที่ไม่ได้มาตรฐาน คือมีการผสมโลหะหนัก
รายงานข่าวแจ้งว่า ครีม และโลชั่น10ตัวอย่างที่ตรวจพบสารสเตียรอยด์ชนิดรุนแรงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งมาจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดสงขลา.



