ไลฟ์สไตล์

หารายได้เสริมจากเครื่องเติมเงิน

หารายได้เสริมจากเครื่องเติมเงิน

23 ส.ค. 2552

สมัยนี้อาชีพหลักของหลายคนอาจเป็นเพียงรายได้ที่พอแค่ประทังชีวิตให้อยู่รอดผ่านไปเดือนต่อเดือน อีกหลายคนเลือกที่จะมีอาชีพเสริมธุรกิจบริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดูมีศักยภาพ เจ้าของลงทุนครั้งแรก แต่เก็บกำไรระยะยาว

 สมชัย ไกรลาสสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีดเดอร์ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด บอกว่า ธุรกิจตู้เติมเงินในไทยกำลังมาแรง มีบริษัทผู้ประกอบการผลิตตู้เติมเงินมือถืออยู่มากกว่า 30 ราย เป้าหมายเพื่อเจาะกลุ่มผู้ที่มีอาชีพหลักแต่อยากสร้างรายได้เสริม

 “บริษัทผมเองก็มองถึงศักยภาพทางการตลาดของธุรกิจตู้เติมเงินที่มีแนวโน้มความต้องการใช้ในอนาคตสูง จึงหันมาจับธุรกิจผลิตตู้เติมเงินจำหน่ายตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา โดยตั้งทีมวิศวกรสำหรับพัฒนาตู้เติมเงินขึ้นมาเฉพาะ คัดสรรเอาอุปกรณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่หาได้ในประเทศ จนมียอดขายแล้วกว่า 2,000 เครื่องทั่วประเทศ และอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เจาะกลุ่มลูกค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ” สมชัย กล่าว

 ผลิตภัณฑ์ล่าสุดเป็นเครื่องเติมเงินโทรศัพท์มือถือ 3 ระบบ พร้อมบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดบัตรเครดิต สินเชื่อเงินสด เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่กลุ่มคนที่มีอาชีพประจำอยู่ก่อนแล้วอย่าง ร้านขายของชำ ร้านถ่ายเอกสาร ร้านขายยา ร้านขายอาหาร หรืออื่นๆ ที่มีหน้าร้านเป็นของตนเองและมีคนเฝ้าร้านประจำ

 เครื่องเติมเงินที่บริษัทพัฒนารุ่นล่าสุด หรือเอ็ม สเตชั่น (M Station) คาดว่าสามารถวางตลาดในสิ้นเดือนสิงหาคม โดยอยู่ระหว่างการทดสอบระบบการทำงานร่วมกับเอไอเอส

 การลงทุนสำหรับธุรกิจเครื่องเติมเงิน เอ็ม สเตชั่นนี้ ผู้ประกอบการจะต้องซื้อเครื่องเติมเงินไปติดตั้งที่ร้านค้า เครื่องจะมีลักษณะและขนาดไม่ต่างจากโทรศัพท์บ้านมากนัก ในราคาเครื่องละ 39,900 บาท โดยดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.3topthailand.com หลังการซื้อเครื่องไปแล้ว บริษัทมีเจ้าหน้าที่ติดตั้งพร้อมกับบริการดูแลฟรี 1 ปีเต็ม

 วิธีการประกอบธุรกิจจากเครื่องเติมเงิน เจ้าของเครื่องเติมเงินจะต้องเติมเงินเข้าระบบเอ็มเปย์ ผ่านบัตรเอทีเอ็มด้วยวงเงินเริ่มต้น 1,000-30,000 บาท คงไว้ในระบบเอ็มเปย์ส่วนตัว บริษัทมีเจ้าหน้าที่สอนการใช้งานให้อย่างละเอียดเช่นกัน ปัจจุบันมีธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่รองรับการให้บริการดังกล่าวอยู่แล้ว

 นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังต้องสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายเงินโทรศัพท์มือถือของทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ ทรูมูฟ วันทูคอล และดีแทค เพื่อเติมเงินเข้าเครื่องเติมเงิน อัตราเริ่มแรกที่ 1,000-30,000 บาท สำหรับรอให้บริการลูกค้าที่จะมาเติมเงินเข้าเครื่องโทรศัพท์มือถือ

 การใช้งานของเครื่องเติมเงินดังกล่าว เพียงผู้ใช้กดเลือกระบบโทรศัพท์ที่ต้องการเติมเงินและกดหมายเลขโทรศัพท์ เลือกจำนวนเงินที่ต้องการเติมตั้งแต่ 10 บาท จนถึง 900 บาท และกดยืนยัน โดยเครื่องเติมเงินดังกล่าวสามารถทำรายการเติมเงินในครั้งเดียวได้ถึง 10 หมายเลข

 “เครื่องเติมเงินดังกล่าวเหมาะสำหรับสร้างรายได้เสริมให้แก่คนที่มีหน้าร้านค้าอยู่ก่อนแล้ว โดยอาศัยแรงงานคนเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าอีกขั้นตอนหนึ่ง ลดขั้นตอนการหยอดเหรียญ หรือสอดแบงก์ และเจ้าของเครื่องก็ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมงัดแงะเหมือนกับตู้เติมเงินที่มีขนาดเท่ากับตู้โทรศัพท์สาธารณทั่วไปที่ตั้งตามจุดต่างๆ ซึ่งการเคลื่อนย้ายก็ลำบากด้วย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีดเดอร์ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด กล่าว

 สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับจากการเป็นเจ้าของเครื่องเติมเงินดังกล่าวคือ เงินที่บวกเพิ่มจากค่าใช้บริการปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละเจ้าของจะเรียกเก็บจากลูกค้าอย่างไรระหว่าง 1-9 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพื้นที่ตั้งประกอบกัน และค่าบริการที่หักจากการจ่ายสาธารณูปโภคครั้งละ 4 บาท จาก 10 บาท ซึ่งส่วนที่เหลือจะตกเป็นของเจ้าของผู้ให้บริการเอ็มเปย์นั่นเอง

 นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากการเป็นตัวแทนจำหน่าย จากเจ้าของระบบเติมเงิน ขณะที่เติมเงินเข้าระบบในเครื่องเติมเงินอีกด้วย โดยในส่วนของวันทูคอลและดีแทค แบ่งให้ 3.5% ของการเติมเงิน และทรูมูฟแบ่งให้ 5.5% ของการเติมเงิน

 การลงทุนกับธุรกิจเเฟรนไชส์บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือดังกล่าว นายสมชัย บอกอีกว่า ปัจจัยที่จะช่วยให้คืนทุนได้เร็วควรมีทำเลที่ดี เช่น หน้าโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม ตลาดหรือแหล่งชุมชน โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่พบได้ว่าได้ทุนคืนเร็วสุดเป็นการติดตั้งในสถานศึกษาซึ่งผู้ประกอบการสามารถได้ทุนคืนใน 2-3 เดือนและได้กำไรต่อเดือนประมาณ 4,000-5,000 บาททีเดียว

กานต์ดา บุญเถื่อน