ไลฟ์สไตล์

“ธีระเกียรติ”ยันแยกอุดมศึกษาออกจาก ศธ.

“ธีระเกียรติ”ยันแยกอุดมศึกษาออกจาก ศธ.

28 ธ.ค. 2559

“ธีระเกียรติ” ยันแยกอุดมศึกษา ออกจาก ศธ.พร้อมตั้ง “อุดม” ประธานยกร่างกฎหมาย ไว้รอเพื่อให้ชาวอุดมศึกษาวางใจ

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.59 นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)และอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เข้าพบและได้หารือถึงการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกมาเป็น กระทรวงอุดมศึกษา  ทั้งนี้ในช่วงที่พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นรมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมการยกร่างกฎหมายดังกล่าวไว้บ้างแล้ว เพียงแต่ให้เป็นการเตรียมความพร้อม แบบค่อยเป็นค่อยไป ในส่วนของตนเหมือนเป็นการสานต่อ แต่ก็มีความเห็นชัดเจนว่าอย่างไรก็ต้องแยกอุดมศึกษาออกจาก ศธ.เพื่อให้การทำงานมีอิสระ และมีความคล่องตัว และสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับอุดมศึกษา

“ผมฟันธงว่า ต้องแยกอุดมศึกษาออกจากศธ. เพราะเป็นความเห็นของประชาคม  ไม่มีใครที่จะคิดไม่แยก โดยได้ตั้งให้นพ.อุดม เป็นประธานในการดูแลเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามีประสบการณ์ในการบริหารสถาบันอุดมศึกษา เป็นประธาน ทปอ.และที่สำคัญก็มีความคุ้นเคยกับผม  ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยมีการเตรียมความพร้อม ยกร่างกฎหมายในการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาไว้บ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รอบด้านเพียงพอ ดังนั้น จึงได้ขอให้นำกฎหมายต่างๆ ที่เคยยกร่างไว้ทั้งในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมถึงร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ...มาพิจารณารวมกัน เพราะแต่ละฉบับมีจุดอ่อนและจุดแข็งคนละอย่าง จึงอยากให้ดึงข้อดีของแต่ละฉบับมารวมกันและยกร่างพ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษาขึ้น เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดแล้วเสนอให้ผมพิจารณาภายในปี 2560 ก่อนที่โรดแมปการทำงานของรัฐบาลนี้จะหมดลง ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อม เพราะหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ คณะกรรมการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศธ. จะได้ไม้ต้องรวบอุดมศึกษาเข้ามาด้วยเพราะเรามีทิศทางชัดเจน”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กระทรวงการอุดมศึกษา คงเกิดไม่ทันในรัฐบาลนี้ เพราะมีเวลาการทำงานเหลืออีกเพียง 1 ปี หากไม่เตรียมความพร้อมก็จะล่าช้าไปอีก และประชาคมอุดมศึกษาเองก็จะไม่มีความมั่นใจ และไม่ขัดต่อนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ไม่ให้มีการปรับโครงสร้างใหญ่ในช่วงรัฐบาลนี้ การยกร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการเตรียมความพร้อม ซึ่งหากรัฐบาลต่อไปไม่ดำเนินการตามที่รัฐบาลนี้วางไว้ ก็ต้องตอบคำถามประชาคมให้ได้ว่าทำไมถึงไม่ทำ