
สร้างราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยใหม่ขึ้นใหม่
รัฐบาลจัดพิธีปักหมุดจุดกึ่งกลางการก่อสร้างพระเมรุมาศ สร้างราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยใหม่ ขึ้นใหม่ เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระสรีรางคารถวายในหลวงร.9
รัฐบาลจัดพิธีปักหมุด กำหนดจุดกึ่งกลางการก่อสร้างพระเมรุมาศตอกหมุด พร้อมเตรียมจัดสร้างราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยใหม่ ขึ้นใหม่ เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศ พระสรีรางคาร ถวายในหลวงรัชกาลที่9 คาดพิธียกเสาพระเมรุมาศและพิธีบวงสรวงเพื่อสิริมงคลตามโบราณราชประเพณี ให้การจัดสร้างพระเมรุมาศประสบผลสำเร็จ โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการใหญ่ เดือนมีนาคม พ.ศ.2560
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม เวลา 15.00 น. ที่โรงละครเล็ก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าในการจัดสร้างพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าไปมาก
โดยภายหลังจากพิธีปักหมุด เพื่อเป็นการกำหนดจุดกึ่งกลางการก่อสร้างพระเมรุมาศ เจ้าหน้าที่จะเริ่มตีผัง ตีแบบในช่วงหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 ซึ่งเมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคมที่ผ่านมาได้มีการล้อมรั้วพื้นที่ที่จะใช้ในการสร้างโรงขยายแบบ ขยายลาย ซึ่งในโรงขยายแบบจะประกอบด้วยศูนย์ควบคุมการก่อสร้างพระเมรุมาศ จนกระทั้งดำเนินการเสร็จเรียบร้อย
ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครฯ จะให้พื้นที่ ประมาณวันที่ 20 มกราคม 2560 ในส่วนของการล้อมรั้วคณะกรรมการฯได้ให้แนวทางไปว่า จะต้องจัดตกแต่งรั้ง มีลวดลาย จัดภูมิทัศน์ มีแบล็กดร็อปที่สวยงาม เจริญหูเจริญตา สมพระเกียรติ ประกอบกับความเป็นมงคลในการก้าวไปข้างหน้า โดยขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 31 ธันวาคม สำหรับเรื่องงบประมาณในการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ได้ส่งให้คณะกรรมการพิจารณางบประมาณได้พิจารณาในขั้นต้นแล้ว โดยยึดหลักพอเพียงและสมพระเกียรติ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่แนวทางการปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบพัสดุ และจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างทำสัญญาการก่อสร้าง
ทั้งนี้ เพื่อให้พระราชพิธีถวายพระเพลิมพระบรมศพฯ มีความสมพระเกียรติสูงสูง ที่ประชุมมีมติให้จัดสร้าง ราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยใหม่ เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศ พระสรีรางคาร ถวายในหลวงรัชกาลที่9 โดยจะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อคณะกรรมการอำนวยการฯ เห็นชอบแล้ว จะกราบบังคมทูลฯ ผ่านสำนักพระราชวังเพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยขอพระราชทานพระนามต่อไป
“ตามราชประเพณีการอัญเชิญพระบรมโกศจากพระบรมมหาราชวังสู่พระเมรุมาศจะใช้พระยานมาศสามลำคาน จากนั้นเมื่อเคลื่อนไปยังถนนสนามไชยจะอัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพขึ้นเกรินบันไดนาคประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ จนกระบวนเคลื่อนมาสู่พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง จะอัญเชิญพระบรมโกศลงประดิษฐานบนราชรถรางปืน ซึ่งจะมีการจัดสร้างขึ้นใหม่เพื่อเวียนรอบพระเมรุมาศ 3 รอบ แล้วจึงอัญเชิญพระบรมโกศประดิษฐานบนพระเมรุมาศ การจัดสร้างราชรถใหม่นี้เพื่อถวายแด่พระมหากษัตริย์อย่างสมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชทานสิ่งต่างๆ ให้ชาติไว้มากมาย ทรงพัฒนาประเทศในทุกด้าน และทรงเป็นจอมทัพไทย โดยทั้งสองราชรถมอบหมายให้กรมศิลปากรจัดสร้างและออกแบบลวดลายศิลปกรรม ส่วนกรมสรรพาวุธทหารบกดูแลระบบขับเคลื่อนและล้อ โดยยึดราชประเพณีที่สืบต่อกันมา ”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
โดยภายหลังพิธีปักหมุด จะมีพิธียกเสาเอกและพิธีบวงสรวงเพื่อสิริมงคลตามโบราณราชประเพณี และให้การจัดสร้างพระเมรุมาศประสบผลสำเร็จ โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการใหญ่ คาดว่าจะมีพิธีในเดือนมีนาคม พ.ศ.2560 จากนั้นจะมีพิธียกฉัตร ซึ่งเป็นเครื่องสูงตามราชประเพณี โดยทูลเกล้ากราบบังคมทูลเชิญผู้นำประเทศ การดำเนินงานทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม ในการวางพื้นฐานโครงสร้างด้านวิศวกรรมสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ โดยเฉพาะพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โครงสร้างจะต้องมีความมั่นคงและแข็งแรงอย่างมาก คาดว่าการดำเนินงานทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2560
จากนั้นเวลา 15.59 ที่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ พล.อ.ธนะศักดิ์ เป็นประธานในพิธีปักหมุดทำผังเพื่อการก่อสร้างพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประธานฯในพิธี จุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวยที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์พฤฒาจาริย์ อ่านโองการบวงสรวงฯ ประธานฯ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ที่เครื่องสังเวย'
โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ และผู้ปักหมุดเดินไปประจำหลักหมุด เวลา 16.19 น. พราหมณ์เป่าสังข์แตรให้สัญญาณเริ่มปักหมุดพระเมรุมาศ โดยใช้ไม้มงคลปักหมุด จำนวน 9 จุด ประกอบด้วย หมุดหลัก พลเอก ธนะศักดิ์ เป็นผู้ปักหมุด และหมุดรอง 8 จุด ได้แก่ นายวีระ โรจน์พจน์รัตน์ รัฐมนตรีว่าการวธ. ปักหมุดหลักที่ 2นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง ปักหมุดหลักที่ 3 เลขาธิการพระราชวัง ปักหมุดหลักที่ 4 รองราชเลขาธิการ (ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ) ปักหมุดหลักที่ 5 นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปักหมุดหลักที่ 6 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปักหมุดหลักที่ 7 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ปักหมุดหลักที่ 8และนายเดโช สวนานนท์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ปักหมุดหลักที่ 9
ทั้งนี้การปักหมุดเป็นการกำหนดตำแหน่งอ้างอิงในการวางผังเพื่อการก่อสร้างให้เป็นไปตามแนวคิดหลักของการออกแบบวางผัง โดยในทางการออกแบบ สามารถกำหนดได้หลายวิธีตามความเหมาะสม สำหรับผังในการก่อสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้ กำหนดตำแหน่งอ้างอิงโดยการพิจารณาจุดกึ่งกลางของยอดพระเมรุมาศเป็นจุดหลัก
โดยจุดกึ่งกลางดังกล่าวกำหนดจากจุดตัดของแนวแกนสำคัญ 2 แกน ได้แก่ แกนทิศเหนือ-ใต้ หรือแกนในแนวขนานกับความยาวของท้องสนามหลวง ซึ่งสัมพันธ์กับแนวกึ่งกลางของพระศรีรัตนเจดีย์ ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ แกนทิศตะวันออก-ตะวันตก หรือแกนในแนวตั้งฉากกับแนวแกนเหนือ-ใต้ สัมพันธ์กับแนวกึ่งกลางพระอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ส่วนหมุดประกอบอีกจำนวน 8 หมุด คือตำแหน่งกึ่งกลางยอดบริวารของพระเมรุมาศ ซี่งได้แก่ ยอดซ่าง 4 ยอด และยอดมณฑปน้อย 4 ยอด รวมตำแหน่งหมุดทั้งหมด 9 หมุด



