ไลฟ์สไตล์

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

26 ธ.ค. 2559

“สมเด็จพระเทพฯ” ทรงพระเมตตา โรงเรียนตำรวจตระเวรชายแดน ( รร.ตชด.) กามาผาโด้ ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

        “ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยมีความคิดจะไปจากบ้านเกิดเลย ได้จากบ้านนานที่สุดก็ตอนเรียนปริญญาตรีเท่านั้น ครูคิดมาตลอดว่ายังไงต้องรับใช้โรงเรียนบ้านเกิดแห่งนี้ เพราะตั้งแต่จำความได้ปู่ย่า ตายาย และพ่อแม่เฝ้าบอกเสมอว่า ครั้งแรกที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จบ้านกามาผาโด้ ท่านทรงเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า10 กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อท่านทรงเมตตาเรามากมายเช่นนี้แล้ว ทำไมครูต้องไปอยู่ที่อื่นค่ะ เมื่อครูเรียนจบครูก็มาที่นี่เพราะครูตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ยังไงเราก็ต้องกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง” ครูลัดดา ไพบุญธรรม ครูสาวชาวปกาเกอะญอ วัย 25 ปี ครูประจำชั้น ป.4 โรงเรียนตำรวจตระเวรชายแดน ( รร.ตชด.) กามาผาโด้ อำเภอท่าสองยาง กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายหลังการรับเสด็จเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

        การเสด็จครั้งนี้นอกจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะทรงติดตามการดำเนินงานของโรงเรียน รร.ตชด.กามาผาโด้แล้ว ยังทรงเป็นประธานเปิด “อาคาร บีเจซี 12” ซึ่งมูลนิธิบีเจซี บิ๊กซี ก่อสร้างขึ้นเป็นอาคารห้องสมุดด้วยให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้ อันเป็นการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของเด็กนักเรียนด้วย

        ครูลัดดาในฐานะศิษย์เก่าจึงรู้สึกปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก ซึ่งมูลนิธิฯได้ให้ทีมปั้นฝันไปเล่านิทานให้เด็กๆฟังด้วย

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

         ครูสาวเล่าต่อว่า สมัยที่ยังเด็ก อาคารเรียนทุกอาคารเป็นอาคารไม้ หนังสือ สมุด และอุปกรณ์การศึกษาทุกอย่างยังขาดแคลนอย่างมาก แต่เพราะพระเมตตาของสมเด็จพระเทพฯ ทำให้เด็กปกาเกอะญอบ้านป่าอย่างตนกลายเป็นคนมีความมานะ พยายามและมุ่งมั่นด้านการศึกษาอย่างมาก โดยจำความได้ว่า เมื่อราวปี2543 เรียนอยู่ชั้น ป.3 ที่ รร.ตชด.กามาผาโด้ ได้เป็นส่วนหนึ่งเฝ้ารับเสด็จด้วย ครั้งนั้นได้ยิน ได้ฟังท่านตรัสถึงเรื่องความสำคัญของการศึกษามาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการอ่าน การเขียนภาษาไทย จึงได้ยึดถือเป็นแบบอย่างและจดจำมาโดยตลอด พยายามฝึกหัด อ่านเขียน ภาษาไทยจนคล่องและสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ จากนั้นจบมาจึงได้เข้าสอนในโรงเรียนแห่งนี้

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

        “ตอนนั้นครูเรียนอยู่ชั้น ป.3 ค่ะ ครูจำอะไรได้ไม่มาก แต่รู้ว่าท่านย้ำเสมอเรื่องการอ่าน การเขียน คือ อ่านมาก รู้มาก แนวทางเดียวที่เราทำได้ คือ ยกย่องท่านเป็นแบบอย่างท่านเป็นปราชญ์ด้านการศึกษาเป็นเจ้าฟ้านักอ่านอย่างแท้จริง มีโครงการพัฒนาครู พัฒนาโรงเรียน และพัฒนานักเรียนไปพร้อมๆกัน อีกอย่างท่านมักจะเล่าถึงประโยชน์ของการอ่านหนังสืออยู่เสมอ ครูปลื้มใจมากที่ท่านทรงเมตตาให้โอกาสเด็กบ้านป่า ได้เรียนภาษาไทย การเรียนภาษาไทยแรกๆ มันยากมาก ครูเองก็เคยท้อ แต่พอเราได้เห็นท่านทรงงานหนัก และแวะมาเยี่ยมราษฎรบ่อยๆ คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้เท่าท่าน มาถึงตอนนี้มันตื้นตันมาก บอกตรงๆได้เลยว่า ครูจบแล้วไม่อยากไปทำงานไกล เพราะที่นี่ คือ บ้านครู ครูคนเกิดที่กามาผาโด้ ครูอยากสอนที่นี่ วันนี้โรงเรียนเปลี่ยนไปมาก แต่เราก็ยังเป็นโรงเรียนที่ส่งเสริมการอ่านอยู่ดี อย่างเดียวที่จะสนองพระราชปณิธาน ก็คือพัฒนาโรงเรียนให้มีศักยภาพและทำให้นักเรียนที่นี่โตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ” ครูลัดดา กล่าว

        การเสด็จเยือน รร.ตชด.กามาผาโด้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นการเสด็จเยือนครั้งที่ 5 หลังจากเสด็จครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2535 ครั้งที่ 2 เมื่อ 29 ธันวาคม 2543 ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 และครั้งที่ 4 เมื่อ 27 ธันวาคม 2554 ซึ่งในแต่ละครั้งที่เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎร พสกนิกรในพื้นที่ล้วนปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเสมอ ด้วยความทรงจำของชาวบ้าน ครู และนักเรียนหมู่บ้านกามาโด้รวมทั้งหมู่บ้านใกล้เคียง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นผู้มีเมตตาและเป็นต้นแบบนักพัฒนาด้านสังคม การศึกษา ตลอดจนเป็นตัวอย่างนักอ่านที่ดี

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

        เด็กหญิงพิอัมพร ฉายาไพรวัลย์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รร.ตชด.กามาผาโด้ เล่าว่า ในยามว่างชอบวาดภาพทิวทัศน์ต่างๆ ซึ่งถ้าเป็นภูเขาจะวาดภาพได้โดยไม่ต้องดูจากภาพถ่าย แต่พอเป็นภาพทะเล จะต้องเข้าไปหาความรู้ในห้องสมุดเพื่อดูว่าทะเลเป็นอย่างไร สัตว์ทะเลมีอะไรบ้าง พอไปก็เห็นกุ้ง หอย ปลาหมึก ก็จดจำไว้แล้วนำมาวาดภาพ ลงสีตามใจชอบ ช่วงฤดูหนาวกับฤดูร้อนจะเข้าไปอ่านหนังสือลำบากหน่อย เพราะห้องสมุดเก่าเป็นอาคารไม้บางครั้งช่วงฝนตก หลังคารั่ว ตนกับเพื่อนจะต้องหลบมุมอ่าน ซึ่งหากคนเข้าไปในห้องสมุดหลายคน ก็จะต้องหาเวลายืมหนังสือกลับบ้าน ที่บ้านไม่มีโทรทัศน์ เวลาว่างจากการเรียน และช่วยงานพ่อแม่จึงหมดไปกับการอ่านหนังสือ

        เช่นเดียวกับเด็กชายพิชัย คงไพรพฤกษ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่า ชอบอ่านหนังสือเพราะมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นตัวอย่างของนักอ่านที่ดี ในชีวิตเคยเฝ้ารับเสด็จถึง 2 ครั้ง ทุกครั้งเห็นท่านอ่านข้อมูลและจดบันทึกอย่างรวดเร็ว เลยแอบฝันว่าโตขึ้นอยากจะเป็นนักเขียนนิทาน เล่าเรื่องราวในบ้านกามาผาโด้

        “นิทานอ่านง่ายดีครับ มันมีภาพ มีตัวหนังสือ มันอ่านแล้วไม่เครียดเหมือนหนังสือเรียน ชอบนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ อ่านบ่อยและคิดว่าถ้าเป็นเด็กโกหกเก่งเหมือนเด็กเลี้ยงแกะ จะต้องไม่มีใครเล่นด้วย ไม่มีใครเชื่ เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่าอย่าโกหก เห็นใครๆก็อ่านนิทาน คิดว่าถ้าเขียนนิทานขาย คงขายดี ผมจะไม่ขายแพง ขายแค่ 5 บาท 10บาทพอแล้ว” เด็กชายพิชัย เล่าอย่างอารมณ์ขัน

        ด้านดาบตำรวจฤหัส กันยะมูล ครูใหญ่ประจำ รร.ตชด.กามาผาโด้ ระบุว่า ครูและนักเรียนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่มีพระองค์ท่าน ทางโรงเรียนคงไม่มีโอกาสพัฒนาศักยภาพมาถึงจุดนี้

“สมเด็จพระเทพฯ”ยอดนักอ่าน ของครู-นักเรียนชาวปกาเกอะญอ

       “พระราชดำรัสที่พวกเราจดจำเสมอ คือ การที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยเรื่องการศึกษาและสุขภาพของนักเรียน ท่านย้ำเสมอว่า การมีสุขภาพกายที่ดี ย่อมมีผลต่ออารมณ์ทางจิตใจที่ดี และเมื่อมีร่างกายที่แข็งแรง ก็จะสามารถเรียนได้อย่างมีความสุข ทางโรงเรียนจึงพยายามพัฒนาระบบการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นเท่าที่โรงเรียนเล็กๆ ในถิ่นทุรกันดาร จะทำได้”ดาบตำรวจฤหัส กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณ

       ขณะที่ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล  รองประธานมูลนิธิบีเจซี บิ๊กซี กล่าวว่า การส่งเสริมด้านการศึกษาเป็นหน้าที่หนึ่งของมูลนิธิฯ ที่เน้นการดำเนินการทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำเป็นการส่งเสริมทุนด้านการพัฒนาครูและบุคคลากรทางการศึกษา กลางน้ำเป็นการส่งเสริมด้านอาคารเรียนและอุปกรณ์ด้านการศึกษาต่างๆ เช่น กรณีอาคารบีเจซี ของ รร.ตชด.กามาผาโด้ เป็นอาคารแห่งที่ 12 ในโครงการ BJC Remote School ซึ่งบีเจซีได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 โดยทางมูลนิธิฯสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ในปี 2558 และเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กในโรงเรียน โดยเฉพาะด้านการอ่าน อันเป็นการสนองพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ