ไลฟ์สไตล์

แนะกด “5 จุดตื่นตัว”-ใช้ท่าฤาษีดัดตน แก้ง่วงเดินทางไกลปีใหม่

แนะกด “5 จุดตื่นตัว”-ใช้ท่าฤาษีดัดตน แก้ง่วงเดินทางไกลปีใหม่

23 ธ.ค. 2559

แนะกด “5 จุดตื่นตัว”ตามศาสตร์จีน- ใช้ท่าฤาษีดัดตน แก้ง่วงช่วงเดินทางไกลปีใหม่ พกยาหมออินทจัร์ติดตัว สรรพคุณทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น

            นพ.สุเทพ วัชรปิยานันทน์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า  การเดินทางไกลในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอแนะนำให้ใช้ยาหอมอินทจักร์ ซึ่งมีส่วนผสมเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ดีปลี สะค้าน ขิง เป็นต้น โดยมีผลการศึกษา พบว่า ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น  ส่งผลให้ร่างกายสดชื่น ตื่นตัว คลายจากอาการง่วงนอน และใช้ลูกอมสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น รสบ๊วย รสมะนาว หรือผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะม่วง ส้มเขียวหวาน

            นพ.สุเทพ กล่าวอีกว่า ในการคลายง่วงตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนสามารถใช้การกดจุดบริเวณใบหน้าด้วยตนเองใน 5 จุด ได้แก่ 1.ขุดบริเวณร่องระหว่างจมูกกับปาก ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง 2.จุดระหว่างคิ้ว  3.จุดห่างจากหางตา 2 เซนติเมตรจากหางคิ้ว ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด 4.จุดบริเวณท้ายทอย ช่วยกระตุ้นการทำงานสมอง และ5.จุดกึ่งกลางระหว่างหัวไหล่ โดยกดแรงพอทนได้ ค้างไว้ 30 วินาทีแล้วคลายออก ประมาณ 5-10รอบต่อจุด อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์ห้ามกดจุดกึ่งกลางระหว่างหัวไหล่ จะทำให้มดลูกบีบรัดตัว อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์  นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ฤาษีดัดตน ในการช่วยคลายง่วงและผ่อนคลายร่างกายด้วย ทั้งนี้  สิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยเสริมให้คลายง่วงเท่านั้น สิ่งสำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการเดินทางไกล

            ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า ทุกคนจะเดินทางปลอดภัยหากปฏิบัติตามนี้  ได้แก่ 1.ไม่ดื่มสุรา ทั้งก่อนและขณะขับรถโดยเด็ดขาด 2.พักผ่อนให้พอ ไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมงใสคืนก่อนเดินทาง แวะพักทุกๆ 2 ชั่วโมงและมีเพื่อนช่วยขับถ้าต้องขับรถทางไกลกว่า 400 กิโลเมตร  ถ้ามีอาการง่วงในช่วงขับรถเป็นระยะทางไกลๆควรหยุดแวะพัก ณ จุดพักระหว่างทาง 3. ผู้โดยสารด้วยรถยนต์ควรคาดเข็มจัดนิรภัยทั้งคนขับและผู้โดยสาร ส่วนผู้ใช้จักรยานยนต์ ก็ต้องสวมหมวกกันน็อก  เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความรุนแรงและเสียชีวิตจะเกิดกับคนที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้ทะลุออกนอกตัวรถหรือพุ่งไปชนคนอื่นๆในรถ ต้องไม่ลืมว่าแรงปะทะที่เกิดขึ้น แม้ความเร็วจะเพียง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าความแรงจากการตกตึก 5 ชั้น

          และหลีกเลี่ยงการโดยสารในกระบะหลังของรถปิกอัพ เพราะเมื่อเกิดเหตุผู้โดยสารจะถูกเหวี่ยงออกไปนอกตัวรถและมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนที่อยู่ในรถถึง 6 เท่า 4.ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องใช้ก็ควรหยุดรถในจุดที่ปลอดภัย และ5.ขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตนอกเมือง ส่วนในเขตเมืองใช้ความเร็วตามป้ายกำหนดและเขตชุมชนไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง