เมื่อจะกระทำการใดให้สำเร็จนอกจากความรู้วิชาการแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการกำหนดบุคคลต้นแบบ เพื่อปลุกพลังศรัทธา สร้างแรงบันดาลใจ จนสามารถคิดและลงมือทำกิจนั้นให้ลุล่วงสมบูรณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระจริยวัตรที่งดงาม เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ กระทั่งทรงเป็นต้นแบบ แก่พสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน
ซึ่งสุริยานนท์ พลสิม บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีพุทธศักราช 2559 นับเป็นบัณฑิตอีกผู้หนึ่งที่มี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบ และได้น้อมนำแนวคิดของพระองค์ เป็นหลักในการปฏิบัติตนจนสามารถประสบความสำเร็จ มีผลงานวิชาการโดดเด่น ระดับนานาชาติ และนำความรู้ไปพัฒนาชุมชน
“รัฐประศาสนศาสตร์ เป็นการศึกษาที่ครอบคลุมด้านการบริหารและจัดการที่เน้นส่วนของราชการคำนึงถึงประชาชน เป็นหลัก โดยยึดหลักการจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ ประหยัด และมีความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งวิชาที่ผมชอบคือ วิชาการปกครองท้องถิ่น สำหรับผมแล้ว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงเป็นต้นแบบของวิชานี้เลยก็ว่าได้ มีพระราชกรณียกิจมากมายที่พระองค์จะต้องเสด็จไปในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร บ่อยครั้งที่พระองค์ท่านทรงคุกเข่าตรัสกับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาความเป็นอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างไม่กลัวความยากลำบาก ด้วยเหตุนี้ผมจึงน้อมนำหลักการบริหารงานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการลงพื้นที่เพื่อเข้าใจถึงปัญหาของชุมชน ในฐานะบัณฑิตแห่งพระราชาก็ควรใช้ศาสตร์ความรู้ไปดูแลชุมชนให้เกิดความเป็นปึกแผ่นอย่างไม่กลัวความลำบากเช่นกัน” สุริยานนท์ กล่าว
นอกจากการคว้าเกียรตินิยมเหรียญทองแล้ว ความภูมิใจสูงสุดอีกครั้งในชีวิตนักศึกษา คือการได้รับรางวัลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประจำปีการศึกษา 2558 โดยได้รับมอบจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นอกจากจะนำมาซึ่งศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว รางวัลนี้ยังถือเป็นเครื่องการันตีว่าเขาได้นำความรู้ที่ร่ำเรียน เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยมีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบ
“วินาทีแรกที่รู้ว่าได้รับรางวัลนี้รู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง เนื่องจากนักศึกษาที่ได้รับการเสนอชื่อล้วนต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน 5 องค์ประกอบ ในระดับดีเด่น อันประกอบด้วย การศึกษาเล่าเรียน การมีทักษะในการจัดการและการทำงาน การมีสุขภาพอนามัย ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรมที่สำคัญ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนั้นสมเด็จพระเทพทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทมีใจความสำคัญ ว่า เด็กๆนอกจากเรียนแล้วก็ควรจะทำงาน ทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะทำให้เรามีความสามารถ มีความขยันอดทน แต่ว่าการทำความดีจะสามารถป้องกันเราไม่ให้เรามีชีวิตที่ตกต่ำ จากพระบรมราโชวาทนี้ นับเป็นสิ่งที่ผมน้อมนำมาปฏิบัติอยู่ตลอด นอกจากจะเรียนแล้ว ก็จะทำงานและทำกิจกรรมเพื่อสังคมไปพร้อมๆกัน ”
การทำกิจกรรมระหว่างการศึกษานั้น สุริยานนท์ เปิดเผยว่าตนเองชื่นชอบการออกค่าย ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์กับชุมชน ตั้งแต่ศึกษาในระดับชั้นมัธยม และเมื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา มีความรู้เชิงวิชาการมากยิ่งขึ้น จึงสนใจการทำงานชุมชนเชิงวิชาการไปพร้อมๆกัน ฝึกฝน เรียบเรียงการเขียนกระทั่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีผลงานตีพิมพ์หนังสือ เช่น เทพสังคมศึกษาฯ ผลงานด้านการตีพิมพ์บทความเผยแพร่ลงวารสาร
เช่น การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นตามกระบวนทัศน์การบริหารกิจการสาธารณะแนวใหม่ สถานภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาเทศบาลตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และยังได้รับการคัดเลือก ในฐานะผู้แทนเยาวชนไทย จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เพื่อไปประชุมที่ฮ่องกง ร่วมกับตัวแทนเยาวชนจากแต่ละประเทศเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคมโลก
การตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ให้ประสบความสำเร็จ การประพฤติตนให้สมกับเป็นนักศึกษารางวัลพระราชทาน แต่การนำความรู้ไปรับใช้ประเทศชาติ นับเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้สมกับที่พระองค์ตรากตรำพระวรกายแผ่พระบารมีให้พสกนิกรมีชีวิตร่มเย็นเสมอมา ฉะนั้นในฐานะบัณฑิตและประชาชนในแผ่นดินไทย การสานต่อตามพ่อสอนก็เปรียบเหมือนสร้างความเป็นปึกแผ่น ให้ลูกหลานมีชีวิตร่มเย็นเฉกเช่นที่เราเคยได้รับสืบไป
“สำหรับผม ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นครูของแผ่นดินเลยก็ว่าได้ เนื่องจากพระองค์ท่านได้ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ พระอัจฉริยภาพ เพื่อพัฒนาประเทศกว่า 7 ทศวรรษ และในวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ถึงแม้จะโศกเศร้าแต่ขณะเดียวกันผมก็มีสัญญาใจกับตัวเอง คือ จะตั้งใจทำงาน ให้ได้สักครึ่งหนึ่งของพระองค์ท่าน เพื่อที่จะได้เป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติ และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่อยากจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะเป็นบทบาทที่เราได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ที่เราได้ร่ำเรียนมาสอนนักศึกษา และยังหมายรวมถึงการพัฒนาสังคมควบคู่กันไป” สุริยานนท์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตามุ่งมั่น