ไลฟ์สไตล์

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 

21 ธ.ค. 2559

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประกอบพระราชกรณียกิจ เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ  กระทั่งทรงเป็นต้นแบบ แก่พสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน  

 

          เมื่อจะกระทำการใดให้สำเร็จนอกจากความรู้วิชาการแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการกำหนดบุคคลต้นแบบ เพื่อปลุกพลังศรัทธา สร้างแรงบันดาลใจ จนสามารถคิดและลงมือทำกิจนั้นให้ลุล่วงสมบูรณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประกอบพระราชกรณียกิจ  ด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระจริยวัตรที่งดงาม  เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ  กระทั่งทรงเป็นต้นแบบ แก่พสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน  


            ซึ่งสุริยานนท์ พลสิม  บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ที่เพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีพุทธศักราช 2559  นับเป็นบัณฑิตอีกผู้หนึ่งที่มี  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบ และได้น้อมนำแนวคิดของพระองค์ เป็นหลักในการปฏิบัติตนจนสามารถประสบความสำเร็จ  มีผลงานวิชาการโดดเด่น ระดับนานาชาติ และนำความรู้ไปพัฒนาชุมชน

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 
       “รัฐประศาสนศาสตร์   เป็นการศึกษาที่ครอบคลุมด้านการบริหารและจัดการที่เน้นส่วนของราชการคำนึงถึงประชาชน เป็นหลัก โดยยึดหลักการจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ ประหยัด และมีความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งวิชาที่ผมชอบคือ วิชาการปกครองท้องถิ่น  สำหรับผมแล้ว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงเป็นต้นแบบของวิชานี้เลยก็ว่าได้  มีพระราชกรณียกิจมากมายที่พระองค์จะต้องเสด็จไปในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร  บ่อยครั้งที่พระองค์ท่านทรงคุกเข่าตรัสกับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาความเป็นอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างไม่กลัวความยากลำบาก  ด้วยเหตุนี้ผมจึงน้อมนำหลักการบริหารงานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  มาปรับใช้ในการลงพื้นที่เพื่อเข้าใจถึงปัญหาของชุมชน   ในฐานะบัณฑิตแห่งพระราชาก็ควรใช้ศาสตร์ความรู้ไปดูแลชุมชนให้เกิดความเป็นปึกแผ่นอย่างไม่กลัวความลำบากเช่นกัน” สุริยานนท์ กล่าว

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 

         นอกจากการคว้าเกียรตินิยมเหรียญทองแล้ว ความภูมิใจสูงสุดอีกครั้งในชีวิตนักศึกษา คือการได้รับรางวัลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประจำปีการศึกษา 2558  โดยได้รับมอบจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี   นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้  นอกจากจะนำมาซึ่งศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว รางวัลนี้ยังถือเป็นเครื่องการันตีว่าเขาได้นำความรู้ที่ร่ำเรียน เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง  โดยมีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบ

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 
        “วินาทีแรกที่รู้ว่าได้รับรางวัลนี้รู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง เนื่องจากนักศึกษาที่ได้รับการเสนอชื่อล้วนต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน  5 องค์ประกอบ ในระดับดีเด่น อันประกอบด้วย การศึกษาเล่าเรียน การมีทักษะในการจัดการและการทำงาน การมีสุขภาพอนามัย ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรมที่สำคัญ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนั้นสมเด็จพระเทพทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทมีใจความสำคัญ ว่า เด็กๆนอกจากเรียนแล้วก็ควรจะทำงาน ทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะทำให้เรามีความสามารถ มีความขยันอดทน แต่ว่าการทำความดีจะสามารถป้องกันเราไม่ให้เรามีชีวิตที่ตกต่ำ จากพระบรมราโชวาทนี้ นับเป็นสิ่งที่ผมน้อมนำมาปฏิบัติอยู่ตลอด นอกจากจะเรียนแล้ว ก็จะทำงานและทำกิจกรรมเพื่อสังคมไปพร้อมๆกัน ”

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 
         การทำกิจกรรมระหว่างการศึกษานั้น สุริยานนท์ เปิดเผยว่าตนเองชื่นชอบการออกค่าย ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์กับชุมชน  ตั้งแต่ศึกษาในระดับชั้นมัธยม และเมื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา มีความรู้เชิงวิชาการมากยิ่งขึ้น  จึงสนใจการทำงานชุมชนเชิงวิชาการไปพร้อมๆกัน ฝึกฝน เรียบเรียงการเขียนกระทั่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีผลงานตีพิมพ์หนังสือ เช่น  เทพสังคมศึกษาฯ ผลงานด้านการตีพิมพ์บทความเผยแพร่ลงวารสาร

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 

        เช่น การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นตามกระบวนทัศน์การบริหารกิจการสาธารณะแนวใหม่  สถานภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาเทศบาลตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  และยังได้รับการคัดเลือก ในฐานะผู้แทนเยาวชนไทย  จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด  เพื่อไปประชุมที่ฮ่องกง ร่วมกับตัวแทนเยาวชนจากแต่ละประเทศเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคมโลก
        การตั้งใจศึกษาเล่าเรียน  ให้ประสบความสำเร็จ  การประพฤติตนให้สมกับเป็นนักศึกษารางวัลพระราชทาน  แต่การนำความรู้ไปรับใช้ประเทศชาติ  นับเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ให้สมกับที่พระองค์ตรากตรำพระวรกายแผ่พระบารมีให้พสกนิกรมีชีวิตร่มเย็นเสมอมา ฉะนั้นในฐานะบัณฑิตและประชาชนในแผ่นดินไทย การสานต่อตามพ่อสอนก็เปรียบเหมือนสร้างความเป็นปึกแผ่น ให้ลูกหลานมีชีวิตร่มเย็นเฉกเช่นที่เราเคยได้รับสืบไป

บัณฑิต ม.ขอนแก่น สานต่อที่พ่อสอน 
        “สำหรับผม ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นครูของแผ่นดินเลยก็ว่าได้ เนื่องจากพระองค์ท่านได้ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ พระอัจฉริยภาพ เพื่อพัฒนาประเทศกว่า 7 ทศวรรษ  และในวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ถึงแม้จะโศกเศร้าแต่ขณะเดียวกันผมก็มีสัญญาใจกับตัวเอง คือ จะตั้งใจทำงาน ให้ได้สักครึ่งหนึ่งของพระองค์ท่าน เพื่อที่จะได้เป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติ และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่อยากจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะเป็นบทบาทที่เราได้ใช้ความรู้ความสามารถ  ประสบการณ์ ที่เราได้ร่ำเรียนมาสอนนักศึกษา และยังหมายรวมถึงการพัฒนาสังคมควบคู่กันไป” สุริยานนท์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตามุ่งมั่น