นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่า จากการที่กรมราชทัณฑ์เตรียมแผนรองรับการปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และอภัยโทษลดโทษปล่อยตัว ตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2559 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10
โดยมีหน่วยงานต่างๆร่วมดำเนินการ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในด้านกระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของ พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายส่งเสริมการมีงานทำ และการฝึกทักษะอาชีพให้กับคนทุกกลุ่มอยู่แล้วตามมาตรการ 8 วาระเร่งด่วนปฏิรูปเพื่อความสำเร็จของการเดินหน้าพัฒนากำลังคนของประเทศ
รวมถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สำหรับการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เป็นหน่วยงานหลักฝึกอาชีพตามความต้องการของตลาดแรงงานให้กับผู้ที่จะได้รับอภัยโทษพร้อมกับทุกหน่วยงานในสังกัดจะให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน สวัสดิการ การประกันสังคม รวมถึงการเข้าถึงแหล่งงานด้วย
อธิบดี กล่าวต่อไปว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะดำเนินการฝึกอาชีพให้กับผู้ที่จะได้รับอภัยโทษและนักโทษชั้นดีโดยเริ่มพร้อมเพรียงกันทั้ง 77 จังหวัด ในวันที่ 19ธ.ค. 59 เนื่องจากเป็นตัวเลขที่เป็นมหามงคล คือ 1+9เท่ากับ 10 หมายถึง รัชกาลที่ 10 และ เลข 9 หมายถึง รัชกาลที่ 9 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ทั้ง 2พระองค์ โดยจะดำเนินการฝึกอย่างน้อยจังหวัดละ 1รุ่น ๆละ 20 คน รวม 1,540 คน สาขาที่ทำการฝึก ส่วนใหญ่เป็นสาขาช่างที่อยู่ในความต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ช่างปูกระเบื้อง ช่างเชื่อม ช่างทำมุ้งลวดเหล็กดัด ช่างซ่อมบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก จึงเป็นการสร้างโอกาสการมีงานทำได้สูง และยังมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการได้เองอีกด้วย
สำหรับการฝึกอาชีพตามกลุ่มเป้าหมายนี้ กพร.มีการดำเนินการมาโดยตลอด ฝึกไม่น้อยกว่าปีละ 2,000คน เพื่อให้เป็นกำลังแรงงานที่มีฝีมือ ส่งเสริมการมีงานทำสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ สังคม อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติให้กับผู้ที่มีทักษะในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะสาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เพื่อใช้ประกอบการประเมินความรู้ความสามารถในสาขาดังกล่าวต่อไป อธิบดีกล่าว