ไลฟ์สไตล์

ดันสกสค.จังหวัดแก้หนี้ครู-เล็งรีไฟแนนซ์หนี้

ดันสกสค.จังหวัดแก้หนี้ครู-เล็งรีไฟแนนซ์หนี้

12 ธ.ค. 2559

“พิษณุ” ฝากความหวังผอ.สกสค.จังหวัดรุ่นใหม่ สามารถดูแลครูและช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ สร้างศรัทธา มอบสำรวจหนี้ครูแต่ละจังหวัดโดยละเอียดอีกครั้ง เล็งรีไฟแนนซ์หนี้

ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน สกสค.ได้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร แทนผู้ที่พ้นวาระ โดยได้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการอบรมพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งได้ให้นโยบายและฝากความหวังว่า ผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดรุ่นใหม่ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลครู และกอบกู้ภาพลักษณ์ขององค์กร ที่สำคัญต้องทำให้สกสค.จังหวัดเป็นอีกองค์กรหนึ่งในจังหวัดที่ทุกคนรู้จัก มีความเชื่อและศรัทธาว่าสามารถดูแลครูและเป็นที่พึ่งของครูได้อย่างแท้จริง    

รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) อธิบายว่า สำหรับหน้าที่สำคัญของ ผู้อำนวยการสกสค.จังหวัด ที่นอกเหนือจากเป็นตัวแทน สกสค.ไปมอบเงินให้แก่ครอบครัวสมาชิกเมื่อถึงแก่กรรมแล้ว ต้องดูแลช่วยเหลือครูที่มีปัญหาซึ่งเป็นการดูแลสวัสดิภาพของครู โดยปัญหาหนี้สินครูก็เป็นเรื่องสำคัญที่ ผู้อำนวยการสกสค.จังหวัดต้องเข้าไปดูและช่วยแก้ปัญหา ซึ่งได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดทำการสำรวจหนี้สินครูอย่างละเอียด เพื่อจะได้แก้ปัญหาภาพรวมทั้งประเทศ เนื่องจากพบว่า ครูที่เป็นหนี้จำนวนมากมีประมาณ 70,000- 80,000 คน ซึ่งก็ยังไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริง ดังนั้น ก็ต้องหาตัวเลขที่ชัดเจนหรือใกล้เคียงที่สุดออกมาให้ได้ แล้วมาจัดกลุ่มช่วยเหลือโดยจะมุ่งไปที่คนที่อยู่ในภาวะวิกฤตที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายก่อน เพราะหากครูถูกฟ้องล้มละลายก็หมายความว่าต้องออกจากราชการ

 “เมื่อประมาณปี 2553-2554 เคยมีการแบ่งกลุ่มครูที่เป็นหนี้วิกฤตไว้แล้ว ขณะนั้นมีประมาณไม่เกิน 8,000 คน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จำนวนคนที่เป็นหนี้วิกฤตมีเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ถึง 30,000 คนและจากฐานเดิมที่ค่าเฉลี่ยเป็นหนี้คนละ 2 ล้านบาทต่อ วันนี้ขยับไปเป็นเกือบ 3ล้านบาทแล้ว ดังนั้น ข้อมูลต่างๆจึงต้องสำรวจและวิเคราะห์กันใหม่ เพื่อหากลุ่มเป้าหมายในการแก้ปัญหาให้ถูกต้องและเร็วที่สุด และหลังจากช่วยเหลือกลุ่มหนี้วิกฤตได้แล้ว จึงจะช่วยเหลือกลุ่มถัดไป”ดร.พิษณุ กล่าว

ส่วนแนวทางช่วยเหลือครู มีความคิดว่าตอนนี้ สกสค.มีเงินฝากบัญชีประจำอยู่ 100 กว่าล้านบาท ถ้าเอาเงินส่วนนี้มาปล่อยให้ครูก็น่าจะแก้ปัญหาได้ เพราะวันนี้ดอกเบี้ยที่ฝากอยู่ก็ไม่มากนัก แต่ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบประวัติครูให้ดีและต้องมีเงื่อนไขว่าจะไม่ไปก่อหนี้เพิ่มอีก แต่หากตรวจพบว่ายังแอบไปกู้หนี้นอกระบบอีกก็คงต้องตัดหางปล่อยวัด เพราะถือว่า สกสค.ได้ช่วยเหลือเต็มที่แล้ว