
จุรินทร์เอือมร้องเรียนในม.จี้ยึดหลักธรรมาภิบาล
จุรินทร์ เอือมปัญหาร้องเรียนใน ม. วอนคณาจารย์ยึดหลักธรรมาภิบาล พร้อมย้ำ 5 กรอบมาตรฐานอุดม ด้านเลขาธิการกกอ.เผยกว่า 50 สาขาวิชาที่เปิดสอนอยู่ในระดับอุดมศึกษาไร้มาตรฐาน ฝากบัณฑิตมีคุณภาพ ต้องเริ่มที่อาจารย์มีคุณภาพ แนะยกระดับคุณภาพอุดมศึกษาต้องมีกลไกกำก
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2552 ที่โรมแรมรอยัลริเวอร์ ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดประชุมวิชาการประจำปี 2552 เรื่อง “คุณภาพอุดมศึกษาไทย พอใจหรือยัง” โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิด ว่า การเดินหน้าไปสู่คุณภาพอุดมศึกษาในอุดมคติ ยังมีหลายเรื่องที่ต้องลงมือทำร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทุกฝ่ายตั้งไว้
เมื่อเร็วๆ นี้ ตนเองได้ลงนามประกาศศธ. ว่าด้วยการกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2552 ซึ่งหลักจากนี้ไปมหาวิทยาลัยต้องผลิตบัณฑิตที่จะจบออกมาให้มีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.มีคุณธรรมจริยธรรม 2.เป็นเลิศทางวิชาการ คือ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เรียน 3.มีทักษะวิชาการ สามารถนำความรู้ที่เรียนมาไปสู่การปฏิบัติได้ 4.มีทักษะทางสังคม สามารถปฏิบัติงานร่วมกับคนอื่นได้ และ 5.มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี สมัยใหม่ อีกทั้งต้องขยายไปในแต่ละคณะ/สาขาวิชาต่างๆ ที่ต้องไปกำหนดกรอบรายละเอียดของตนเองด้วย โดยมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในแต่ละคณะ/สาขาวิชาต้องปรับตัวให้ได้ตามกรอบที่กำหนดภายใน 3 ปี แต่สาขาใดที่จะเปิดสอนต่อไปในอนาคตก็ต้องทำให้ได้ตามกรอบทันทีจึงจะเปิดสอนได้
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับระบบบริหารจัดการในระดับอุดมศึกษาที่ต้องให้ความสนใจและอยากเน้นเป็นพิเศษ คือ 1.สภามหาวิทยาลัยต้องมีบทบาทมากขึ้น อย่างน้อยในการอนุมัติเปิดสาขาวิชาใดต้องเป็นตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา มีการติดตามดูแล และทำหน้าที่อย่างจริงจังมากขึ้น 2.ปอมท.ต้องเข้ามามีบทบาทติดตามทำหน้าที่แต่ละฝ่ายเข้มข้นมากขึ้น และ 3.กำหนดให้มีหลักธรรมาภิบาล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติ เพื่อให้มหาวิทยาลัยในฐานะศูนย์รวมปัญญาชนเป็นตัวอย่างสำหรับทุกองค์กรของประเทศ และให้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องธรรมาภิบาลเพื่อสอนคนทั้งประเทศ เพราะหลังจากที่ตนเองเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เพียงไม่กี่เดือน มีเรื่องร้องเรียนมาถึงตน และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จำนวนมาก ซึ่งเมื่อวิเคราะห์แล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลทั้งสิ้น อาทิ ปัญหาในการแต่งตั้งอธิการบดี การบริหารจัดการในมหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ไปดูแล้ว
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ.กล่าวว่า จากการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันอุดมศึกษารอบสองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) พบว่ามีจำนวน 50 สาขาวิชาที่ไม่ได้มาตรฐาน ใน 110 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตและวิจัย 20 แห่ง มีมหาวิทยาลัยที่ผ่านการรับรองในระดับดีมาก 10 แห่ง ระดับดี 10 แห่ง 2.กลุ่มมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิต และพัฒนาสังคม 52 แห่ง ผ่านการรับรองในระดับดีมาก 3 แห่ง ระดับดี 46 แห่ง รอพิจารณา 2แห่ง และไม่ผ่านการรับรอง 1 แห่ง 3.กลุ่มมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิต และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม 16 แห่ง ไม่มีแห่งใดผ่านการรับรองในระดับดีมาก มีระดับดี 14 แห่ง รอการพิจารณา 2 แห่ง และ4.กลุ่มมหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิต 22 แห่ง ผ่านการรับรองในระดับดีมาก 1 แห่ง ระดับดี 18 แห่ง รอพิจารณา 3 แห่ง และโดยภาพรวมมหาวิทยาลัยทั้งหมด 4 กลุ่มที่ผ่านในระดับดีมาก มี 14 แห่ง หรือ 12.73% ระดับดี 88 แห่ง หรือ 80.00% รอการพิจารณา 7 แห่ง หรือ 6.3% และไม่ผ่านการรับรอง 1 แห่ง หรือ 0.90%
"มีคนบอกว่า คุณภาพบัณฑิตไม่มีวันสูงกว่าคุณภาพอาจารย์ หากอาจารย์ยังมีคุณภาพต่ำย่อมส่งผลให้บัณฑิตมีคุณภาพต่ำไปด้วย ดังนั้นหากต้องการให้ได้บัณฑิตมีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้ใช้ จำเป็นต้องมีกลไกกำกับดูแล ตั้งแต่ระดับคณะ สถาบัน อธิการบดี สภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะเรื่องกลไกการติดตามที่ขณะนี้สถาบันอุดมศึกษายังขาดอยู่ อีกทั้งสกอ.ไม่มีกลไกในการตรวจสอบ หลักสูตรทั้ง 7,800 กว่าหลักสูตร ทั้งสภามหาวิทยาลัย คณบดี อธิการบดี และคณาจารย์ต้องตระหนักเรื่องมาตรฐานหลักสูตรให้มากขึ้น"เลขาธิการกกอ. กล่าว



