ไลฟ์สไตล์

เตรียมทำหนังสือเทิดพระเกียรติ-รวมชื่อเด็กเกิดรอยต่อ2แผ่นดิน

เตรียมทำหนังสือเทิดพระเกียรติ-รวมชื่อเด็กเกิดรอยต่อ2แผ่นดิน

06 ธ.ค. 2559

‘มูลนิธิรพ.สมเด็จพระยุพราช’เตรียมจัดทำหนังสือเทิดพระเกียรติ 2 แผ่นดิน พร้อมรวบรวมรายชื่อเด็กเกิดใน9ชั่วโมงสุดท้ายรัชสมัยร.9 -10ชั่วโมงแรกรัชสมัยร.10

        นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) กล่าวว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช(รพร.) นับเป็นโรงพยาบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องจากรัฐบาลในพ.ศ.2519 สร้างโรงพยาบาล 21 แห่ง น้อมเกล้าฯถวายพระองค์ และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทางมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยตั้งใจดำเนินการต่างๆ เบื้องต้นจะมีการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่ง จัดบริการแพทย์แผนไทย โดยต้องมีอย่างน้อย 1 แห่ง ต้องมีเต็มรูปแบบ มีแพทย์แผนไทยบริหารจัดการ มีระบบบัญชี ระบบการบริหารจัดการต่างๆ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มที่รพ.สมเด็จพระยุพราช หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

          นพ.จักรธรรม กล่าวอีกว่า มูลนิธิฯจะทำหนังสือโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งที่ผ่านมาทำหนังสือออกเป็น 3 ทศวรรษโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ล่าสุดจะทำเป็นทศวรรษที่ 4 โดยจะจัดทำเป็น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 4 ทศวรรษ 2 แผ่นดิน โดยจะมีภาพประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจ ซึ่งมีภาพหนึ่งที่ตนจำไม่เคยลืมเลย คือ ผอ.รพร.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช มาประชุมร่วมกับผอ.รพร.พระยุพราชอื่นๆ พอเสร็จการประชุมก็แยกย้ายกันเดินทางกลับ แต่ปรากฏว่าผอ.รพร.ฉวาง ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งยังมีลูกเล็กๆ ต้องเลี้ยงดู พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับเป็นพระราชานุเคราะห์ นอกจากนี้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระองค์ท่านพระราชทานข้าวสาร โดยให้โรงพยาบาลแต่ละแห่ง แห่งละ 4-5 กระสอบ เพื่อให้เลี้ยงประชาชน

        “พระองค์ทรงเน้นเรื่องคุณภาพการบริหารมาก เคยมีครั้งหนึ่ง ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยทูลเกล้าฯขอเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้เท่ากับพระชนมายุ แต่พระองค์ทรงตรัสว่า ต้องการให้พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลที่มีอยู่เดิมให้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่เน้นที่ปริมาณ ซึ่งทางรพ.ก็ดำเนินการพัฒนามาตลอด และจะพัฒนามากยิ่งขึ้นไปอีก โดยโรงพยาบาล แม้จะเป็นโรงพยาบาลอำเภอ แต่ก็เป็นแห่งแรกๆที่พัฒนาจนได้มาตรฐาน ISO และ HA จนครบทั้ง 21 แห่ง และยังได้มาตรฐานการพัฒนาห้องปฏิบัติการอีกด้วย และเรายังได้มาตรฐานสากลและรางวัลระดับโลกของ JCI เทียบเท่าโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ” นพ.จักรธรรม กล่าว

       นพ.จักรธรรม กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มูลนิธิฯได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการว่าจะทำการรวบรวมรายชื่อเด็กที่เกิดใน9ชั่วโมงสุดท้ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่9และ เด็กที่เกิดใน10ชั่วโมงแรกของรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่10แล้วประกาศให้เขารู้ว่าเป็นผู้ที่เกิดในช่วงรอยต่อ2แผ่นดิน จากนั้นจะทำการดูแลสุขภาพ และพัฒนาการของเด็กเหล่านี้ในช่วงก่อนวัยเรียนจนถึงเข้าเรียนซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญมาก แต่บางครอบครัวอาจจะยังไม่มีความพร้อมมากนัก ทำให้เด็กหลุดการดูแลช่วงสำคัญของชีวิต ในกรณีที่ยากจนอาจจะมีระบบอุปถัมภ์เป็นพ่อ แม่ บุญธรรม เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนโครงการก่อนเสนอ ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียร ประธานมูลนิธิฯ พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะเป็นการรวบรวมเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งเท่านั้น เพราะเป็นโรงพยาบาลในการดูแลของทางมูลนิธิฯ แต่หากสธ.จะทำการรวบรวมข้อมูลเด็กที่เกิดในช่วงเวลาดังกล่าวในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

//////////////////////