ไลฟ์สไตล์

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (12)

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (12)

21 ส.ค. 2552

ผมขอนำเอาเรื่องราวของการพักแรมมาเล่าสู่กันฟังพอเป็นสังเขป เริ่มจากคืนแรกที่เข้าไปนอนในป่า พอถึงที่ที่กำหนดไว้ในเวลาใกล้พลบค่ำ เราจะนำเกวียนทั้ง 5 เล่ม มาจอดล้อมเป็นวงแบบหัวจรดท้าย ปล่อยวัวให้กินหญ้าเพียงคะเนว่าพออิ่มแล้วก็นำเข้าไปไว้ในวงล้อมของเกวียน พร้อ

 ส่วนคนขับเกวียนแต่ละเล่มจะนอนใต้ท้องเกวียน ซึ่งเชื่อกันว่าในสภาพเช่นนี้ เสือคงไม่กล้าเข้าใกล้โดยที่ถือเป็นความเชื่อกันมาช้านานแล้ว

 ส่วนคนในคณะ ต่างคนต่างนอนกันในเกวียน เพียงนัดหมายกันไว้ว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นเราจะปฏิบัติอย่างไรและจะช่วยกันได้อย่างไร เพราะหากใครตื่นตระหนกและวิ่งออกมาโดยไม่มีการนัดหมายอะไรไว้ก่อน อาจเกิดการยิงกันเองได้

 ค่ำวันนั้น หลังจากลงอาบน้ำในหนองน้ำใกล้ๆ แล้ว เราก็มาร่วมกันรับประทานอาหารซึ่งหุงหากันเอง แม้ว่าทุกสิ่งอย่างจะเป็นไปตามมีตามเกิด มีทั้งนกทอดกระเทียมพริกไทย ใบแต้ว ซึ่งเก็บยอดมาจากต้นไม้ในป่ากับน้ำพริกชาวบ้าน แต่รู้สึกว่าทุกคนเจริญอาหารกันดี คงเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตลอดทั้งวัน

 เรามีตะเกียงเจ้าพายุติดมาด้วยดวงหนึ่ง พอสิ้นแสงอาทิตย์ก็จุดตะเกียงสว่างจ้า หลังอิ่มหนำกันดีแล้วก็ช่วยกันล้างถ้วยล้างชาม เสร็จแล้วต่างคนต่างก็มุดเข้าเกวียน ภายในนั้นมีเฉพาะกระเป๋าเดินทางขนาดไม่ใหญ่โตนักวางแอบอยู่ซีกหนึ่ง คงเหลือช่องแคบๆ พอที่ตัวคนจะแทรกลงนอนได้พอดี ผมเอาปืนวางไว้อีกด้านหนึ่ง

 เพราะมันยังหัวค่ำอยู่ ผมจึงออกมานั่งอยู่บนที่คนขับเกวียนซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นไม้ยื่นออกมาด้านหน้า ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิด เพราะมองฝ่าความมืดออกไปก็ไม่เห็นอะไรเลย ผมนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบอย่างรู้สึกเป็นสุข

 ไม่ทราบว่าตัวเองหลับไปตรงปากเกวียนตั้งแต่เมื่อไหร่ คงจะเป็นเพราะเดินทางมาไกลจนเกิดความอ่อนเพลียมากๆ แต่จิตใจก็ปลอดจากความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น!

 มารู้สึกตัวตื่นขึ้นเอาเมื่อเวลาที่ฟ้าสางแล้ว จึงรีบลุกขึ้นอย่างฉับพลัน และสำรวจพบว่าตัวเองหลับอยู่ที่ชานเกวียนนั่นเอง เพียงศีรษะพาดอยู่กับขอบด้านหน้าเท่านั้น อดนึกขำไม่ได้ แต่อีกด้านหนึ่งก็คิดในใจว่า เคราะห์ดีที่เมื่อคืนนี้เสือไม่แอบมาคาบไปกินสบายๆ

"ระพี สาคริก"