
พบชายดื่มอาละวาดทำร้ายครอบครัว74%
สำรวจพบชายดื่มเหล้าเมาอาละวาด ทำร้ายคนในครอบครัว 74% กลุ่ม“ผู้ใช้แรงงาน” มากสุด อาชีพ“ข้าราชการ-ตำรวจ-ทหาร-ครู”ไม่เว้น ส่วนเหยื่อเป็น “เมีย-ลูก-บุพการี”
ดร.กันยปริณ ทองสามสี อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยถึงผลสำรวจโครงการ “ความรุนแรงและผลกระทบจากการดื่มสุรา โดยการประมวลข่าวในรอบ 10 ปี” ภายในเวทีเสวนา “ภัยเหล้ามือสอง ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้างผู้ดื่ม : กรณีเด็กและครอบครัว” ในงานประชุมวิชาการสุราระดับชาติ ครั้งที่ 9 เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จากการประมวลข่าวที่มีสาเหตุมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 10 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2549-2558 รวมกว่า 500 ข่าว พบว่า ผู้ดื่มสุรามีการสร้างความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัวมากกว่า 100 ข่าว ผู้ดื่มและสร้างความรุนแรงร้อยละ 74 เป็นผู้ชาย
อาชีพอันดับ 1 ที่ก่อเหตุคือ ผู้ใช้แรงงานหรือผู้รับจ้างทั่วไป รองลงมาคือ อาชีพข้าราชการและพนักงานของรัฐ ส่วนลักษณะการดื่มพบว่า ร้อยละ 63 เป็นการดื่มแบบกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 2-5 คน คือ เจอเลิกงานเจอเพื่อนแล้วนัดกันไปดื่มสังสรรค์ แล้วนำไปสู่การก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเมาแล้วกลับไปทำร้ายคนที่บ้าน ไม่ใช่การรวมตัวไปก่อเหตุ ส่วนรองลงมาคือการดื่มคนเดียว
สถานที่ดื่มของผู้ก่อเหตุความรุนแรงพบว่า อันดับหนึ่งคือ การตั้งวงภายในร้าน เพราะสามารถดื่มได้ง่าย สั่งได้คล่อง รองลงมาคือที่พักอาศัยหรือในบ้าน การก่อเหตุมีหลากหลายรูปแบบ พบมากคือ การเมาแล้วข่มขืน ซึ่งจากการข่าวลงผลการสอบสวนผู้ก่อเหตุมักระบุว่า ที่ลงมือข่มขืนไม่ได้เกิดจากการมีอารมณ์ทางเพศ แต่เป็นเพราะความเมา สำหรับสถิติการใช้อาวุธของผู้ก่อเหตุความรุนแรงพบว่า อันดับ 1 คือ การใช้อวัยวะในร่างกายเป็นอาวุธ ทั้งมือ แขน ขา ถือเป็นอาวุธชั้นยอดที่ทำให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
อาวุธโดยสภาพตามกฎหมายที่ใช้มากที่สุดในการก่อเหตุคือ มีด รองลงมาคือปืน ส่วนอาวุธที่ไม่ใช่อาวุธโดยสภาพ ที่ใช้ก่อเหตุมากคือ ไม้และขวด ขณะที่เหยื่อผู้ถูกกระทำความรุนแรงพบว่า หากผู้ดื่มเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว ร้อยละ 80 ผู้ถูกกระทำจะเป็นคู่ครอง รองลงมาจะเป็นบุพการี แต่หากเป็นการดื่มด้วยกันระหว่างสามีภรรยา มักก่อเหตุความรุนแรงแก่ลูก สำหรับผลของความรุนแรงอันดับหนึ่งคือถูกทำร้ายสาหัส รองลงมาคือถึงแก่ความตาย
“ผู้ที่ก่อเหตุเป็นวัยแรงงานที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ อาชีพที่มีสถานภาพทางสังคมสูงอย่างข้าราชการ พนักงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงอย่างตำรวจ ทหาร กลับมีพฤติกรรมการดื่มแล้วก่อเหตุความรุนแรง มีอาชีพครู นิติกรจากสำนักอัยการ ที่มีข่าวดื่มเหล้าแล้วอาละวาดภายในครอบครัว ผู้ถูกกระทำอยู่ในวัยแรงงานเช่นกัน ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียกำลังสำคัญที่จะช่วยในการขับเคลื่อนประเทศ” ดร.กันยปริณ กล่าว
ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนที่เลิกเหล้าได้ส่วนใหญ่เพราะลูกขอ ภรรยาขอ หรือญาติผู้ใหญ่ที่นับถือขอ ครอบครัวมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เลิกเหล้า หากดึงแต่ละครอบครัวที่มีปัญหาเข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมเป็นต้นแบบเลิกเหล้าแล้วขยายผลต่อไปยังครอบครัวอื่น ช่วยลดปัญหาความรุนแรงจากการดื่มเหล้าลงได้



