ตามรอยพ่อเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
พิพิธภัณฑ์เกษตรฯจัดงาน“มหกรรมในหลวงรักเรา: สืบทอดพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙” วันที่ 2-5 ธันวาคม
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรและสืบทอดพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดจนถ่ายทอดความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวาง พิพิธภัณฑ์เกษตรฯเชิญชวนประชาชนชาวไทยทั่วประเทศร่วมสืบทอดพระราชปณิธาน “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
”ในงาน“มหกรรมในหลวงรักเรา: สืบทอดพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙”ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ วันที่ 2-5 ธันวาคม 2559 ที่"พาวิเลี่ยน”จัดแสดงนิทรรศการพิเศษตามรอยการทรงงาน ๗๐ ปี แห่งการครองราชย์และถ่ายทอดวิถีเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวคิด หลักการ สู่การปฏิบัติจริง
จารุรัฐ จงพุฒิศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้จะเปิดบ้านของพ่อให้ประชาชนเข้ามาเที่ยวชม เรียนรู้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งนี้ ซึ่งได้นำเสนอพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านนิทรรศการพิเศษที่นำเสนอด้วยรูปแบบที่ทันสมัย ตื่นตา และน่าประทับใจเช่นภาพยนตร์สามมิติ และอื่นๆมากมายพร้อมเปิดตัว อาคารพิพิธภัณฑ์กษัตริย์เกษตร มาดู พาวิเลี่ยน (MADO Pavilion)และเปิดร้านค้าเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง “กิน อยู่ ดี” จำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้า
จารุรัฐ จงพุฒิศิริ
ถิรเจตน์ ไชยโส นักเรียน ปวช. 1/5 โรงเรียนดุสิตพาณิชยการ อนุสาวรีย์ เล่าว่า จากที่ได้เดินชมนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ทำให้ได้เรียนรู้ และเห็นเรื่องราวหลายอย่าง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นความประทับใจที่พระองค์ท่านทรงให้ความช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะคนยากจน ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ ทำให้คนและสัตว์ป่า มีที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์
ถิรเจตน์ ไชยโส
รวมทั้งได้เรียนรู้แนวพระราชริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ และชอบโซนป่ามืด ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของสัตว์ป่า การฟื้นฟูธรรามชาติ เพื่อให้มีน้ำกิน น้ำใช้ มีต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และสัตว์ป่าได้มีที่อยู่อาศัย
วรวิทย์ ดวงแก้ว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปี 4/1 โรงเรียนมหรรณพาราม ตลิ่งชัน เล่าว่า การทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงงานอย่างหนักเพื่อประเทศไทย โดยเฉพาะแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และพร้อมจะเดินรอยตามเท้าพ่อ เพราะพระองค์ทรงให้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข เพื่อให้นำไปปฏิบัติตาม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ คือ เศรษฐกิจพอเพียง สอนให้รู้จักประหยัด ไม่ฟุ่มเฟื่อย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง และสอนให้รู้จักรอบคอบในการดำเนินชีวิต
นอกจากนี้ ชอบแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่แบ่งส่วนพื้นที่ 30:30:10 เพื่อขุดบ่อน้ำใช้ในหน้าแล้ง การปลูกพืชยืนต้น การทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภค และปลูกบ้านเพื่อเป็นที่พักอาศัย เพราะสามารถนำไปปรับใช้ในทุกพื้นที่ ปัจจุบันได้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจมาปรับใช้ในชีวิต เช่น ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง จึงทำให้รู้สึกประทับใจพระองค์ท่าน เพราะเป็นผู้สร้างให้กับประเทศไทย ทำให้ทุกคนรักพระองค์ท่าน
นางสภาพักตร ช่วงวงษ์หล้า
นางสภาพักตร ช่วงวงษ์หล้า เล่าว่า ได้เรียนรู้ ผ่านพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้ โดยจะน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาสอนลูก โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกผักในที่ของตนเอง เลี้ยงสัตว์ อยู่แบบพอเพียง
อย่างไรก็ตาม รู้สึกประทับใจพระองค์ท่านในทุกเรื่อง เมื่อพูดถึงพระองค์ท่าน ก็นึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่าน ทรงทำให้ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ รูปแบบการดำเนินชีวิต ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ เช่น หลอดยาสีฟัน รองเท้าที่พังแค่ไหนพระองค์ท่านก็ซ่อมนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งๆ ที่พระองค์ท่านมีเงินมากมายมหาศาลที่จะซื้อคู่ใหม่ก็ได้ โดยจะสืบสานปณิธานเดินตามรอยเท้าพ่ออยู่อย่างพอเพียง
นางพามดา โสตถิพันธุ์ เล่าว่า ได้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงทำให้กับคนไทย ซึ่งทำให้เกิดไอเดียหลายๆ อย่าง เนื่องจากปัจจุบันพักอาศัยอยู่คอนโด แต่สามารถมีแปลงผักเล็กๆ ได้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เช่น ต้นหอม ผักชี และนำเงินไปเก็บออมแทน โดยสิ่งที่อยากเดินตามรอยเท้าพ่อ คือเรื่อง ความพอเพียง การประหยัด และธรรมชาติต่างๆ และจะหมั่นพาดูมาดู ศึกษาเรียนรู้จากสถานที่จริง เพื่อปลูกฝังผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน
นางพามดา โสตถิพันธุ์
ทั้งนี้ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน ทำให้รู้สึกประทับใจ เพราะพระองค์ท่านทรงเก่ง ทรงใฝ่รู้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่า คนต้องใฝ่รู้ ต้องมีคำถาม และหาคำตอบเหมือนเช่นพระองค์ท่าน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะสอนลูกในอนาคต ผู้ปกครองที่สนใจ สอบถามได้ที่ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี โทร.๐-๒๕๒๙-๒๒๑๒,๐-๒๕๒๙-๒๒๑๓ แฟกซ์ ๐-๒๕๒๙-๒๒๑๔



