
ใต้ร่มพุทธธรรม สามัคคี พี่น้องไทย
โดย - พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท เรื่อง Suyanee kantzs ภาพ
เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ณ บ้านตาเซะเหนือ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางราชการได้สร้างขึ้นด้วยประสงค์จะให้ชาวพุทธและชาวมุสลิมในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมารวมกันอยู่
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานงบประมาณส่วนหนึ่งในการซื้อที่ดินและสร้างบ้าน พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ได้ทอดผ้าป่าระดมทุนเพื่อซื้อที่ดินพร้อมทั้งชาวบ้านที่ประสงค์เข้าไปจับจองที่อยู่ต้องออกเงินจำนวนหนึ่งเพื่อร่วมซื้อที่ดิน ทำให้เกิดการรวมตัวเป็นหมู่บ้านตาเซอฝะเหนือขึ้นมาในปัจจุบัน
วันนี้คณะพระธรรมทูตอาสาได้มาเยี่ยมคุณลุงสุด อายุ ๘๔ ปีซึ่งเป็นสมาชิกของชุมชนบ้านตาเซะเหนือ พอได้เจอพระ ลุงสุดแสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด เสมือนว่าไม่ได้เจอพระมานาน หลังจากที่ได้พูดคุยกันพอเป็นเครื่องเจริญในธรรม คณะพระธรรมทูตอาสาก็ได้สวดมนต์เจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณให้ลุงฟัง พร้อมทั้งมอบของ และก็ให้พรเป็นภาษาบาลี ลุงบอกว่าโดยปกติ ลุงต้องถวายแล้วรับพรจากพระ วันนี้พระมอบให้ลุงให้พรเป็นภาษาบาลีไม่ได้นะ
ผู้เขียนก็เลยไปแอบกระซิบข้างๆ หูคุณลุงบอกว่า ให้พรไม่ได้ไม่เป็นไร ขอคาถาแทน ลุงหัวเราะ พร้อมบอกว่า คาถามหาเสน่ห์หรือคาถาอะไร ก็เลยบอกว่าคาถาอะไรก็ได้ ลุงบอกว่างั้นจะให้คาถาแคล้วคลาดละกัน
ก่อนที่คุณลุงจะให้คาถา คนนำทางของเราก็เลยบอกว่า ก่อนที่ลุงจะย้ายมาอยู่ที่นี่ลุงโดนยิงถล่มบ้านมาก่อน แต่ลุงพร้อมทั้งครอบครัว ภรรยาลูกก็รอดมาได้ ลุงก็เลยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังว่า ตอนที่เขายิงถล่มบ้าน ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเปลืองแล้ว (ตายแล้ว) วินาทีนั้นจำได้ว่าตัวเองกอดพระพุทธรูปไว้ ลูกปืนก็ผ่านข้างซ้ายข้างขวา ความรู้สึกเหมือนตัวพรุนไปแล้ว ผ่านศีรษะไปก็ไม่รู้กี่นัด ส่วนภรรยากับลูกหลบอยู่ห้องน้ำ ตอนเช้าทหารตำรวจนับปลอกกระสุนได้ ๔๑ ปลอก รอดตายได้เพราะบารมีพระพุทธเจ้า
วินาทีนั้นคงไม่ใช่แค่ผู้เขียนเท่านั้นที่สนใจคาถาของลุง ทหารที่มาด้วยก็สนใจ ทุกคนที่นั่นสนใจหมด ว่าแล้วลุงก็เลยท่องคาถาให้ฟัง ก็เลยนำมาเล่าให้ฟังอีกที เผื่อมีใครสนใจจะนำไปใช้
คุณลุงบอกว่า ไม่มีค่าครู
คาถาของคุณลุง ดังนี้ “พุทธัง แคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท คลาดแคล้ว อิติปิโสภควา .. ธัมมัง สังฆัง ก็ทำนองเดียวกัน ” ... คุณลุงบอกว่าท่องเสร็จแล้ว ให้เอาเท้าขวาเหยียบธรณีก่อน เดินทางปลอดภัย เพี้ยง!
000
และในวันที่ ๒๓-๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ คณะพระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส คณะที่ ๒ ได้ลงชุมชนตาเซะเหนือ และชุมชนบ้านใหม่ ไปเยี่ยมพระ พบปะโยม ให้กำลังใจชาวบ้าน ๕ ครอบครัว พร้อมกันนี้ชาวบ้านตาเซะได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพล โดยปกติใน ๑ เดือนจะมีพระในชุมชนใกล้เคียงรับนิมนต์หมุนเวียนกันเข้ามา ๒ ครั้ง คือวันพระใหญ่ ให้โยมได้ไหว้พระ รับศีล ทำบุญ ฟังธรรมตามโอกาส ณ วัดรัตนานุภาพ ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว โดยสำนักงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้แจกหนังสือ "ธรรมะเยียวยาใจ สายใยปลายด้ามขวาน" เขียนและเรียบเรียง กลุมใตรมพุทธธรรม ซึ่งได้นำไปแจกให้กับประชาชน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังคำปรารภ ของพระมหาธนเดช ธมฺมปัญโญ ประธานกลุ่มใต้ร่มพุทธธรรม ในหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งว่า
"การมาที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต ไมใชครั้งแรกของคณะพระวิทยากรกลุมใตรมพุทธธรรม และเชื่อวาคงไมใชการมาครั้งสุดทายของพวกเรา พวกเราลงพื้นที่ตามฐานทหาร หนวยปฏิบัติการ กองรอยตางๆ ตามรายทางไปเรื่อยๆ โดยการนําของโยมในพื้นที่ เพื่อไปใหกําลังใจ มอบวัตถุมงคล ประพรมนํ้าพระพุทธมนต สวนทหารที่เปนพี่นองมุสลิม พวกเราก็มอบหนังสือธรรมะ ภาพที่พวกเราเห็นและไดสัมผัสคือ ความสุข ความดีใจ และความอุนใจ ที่ทหารไดเจอพระ
“ผมดีใจเหลือเกิน อยูที่นี่มาเกือบปแลว ยังไมเคยมีพระเขามาเยี่ยมเลย พรอมกับหันไปสั่งเพื่อนใหรีบไปบอกนายวามีพระมาโปรด แลวก็มีนายทหารนําพวกเราเขาไปที่รับรอง ที่พอจะจัดหาไดในขณะนั้นไมถึงนาทีมีเสียงออดดังขึ้น ทหารทุกนายอาวุธครบมือพรอม ปฏิบัติการตั้งแถวที่จุดรวมพล หัวหนาหนวยเดินมาหาพระ แลวก็พูดกับพระวา ไหนๆ ก็มาแลว ทํานํ้ามนต์ใหพวกผมไดไหมครับ
"ทหารบางนายถึงกับนิมนตเขาไปในหองนอน ไปพรมนํ้ามนตใหผมหนอย จากภาพที่เห็นทําใหพวกเราเขาใจแลววาลึกๆ พวกเขากลัว พวกเขาขาดพลังใจ โยมที่นําทางคือ นภศร ศิริมังคะโล ถึงกับนํ้าตาคลอดวยความซาบซึ้งกับภาพที่เห็น เพราะการมาของพวกเราไมมีผลประโยชนผูกพันกับใคร ไมไดมีหนังสือถึงหนวยงานไหน ไมมีใครเชิญหรือนิมนตพวกเราเขาไป พวกเราไมไดเกียรติ แตไดใจ “ไดใจแตไมไดเกียรติ ยังไมนารังเกียจเทาไดเกียรติแตไมไดใจ"
ถาคนเราตองการจะชวยเหลือใครสักคน ... ที่มีคา ...มีความหมายสําหรับเรา ไมวาจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไมวาจะยากลําบากขนาดไหน...เราจะเบิกบานกับความรูสึกนี้ ...โดยไมเหนื่อยหนายกับภาระที่เรา เผชิญอยูขางหนา ถาใหความสําคัญกับความรูสึกนี้ ...การมีชีวิตอยูของเรา จะอยูอยางมีคุณคาและความหมาย อยางแทจริง อยารูสึกลําบาก แคเชื่อในสิ่งนี้ก็พอ แลวมันจะเกิดขึ้นเอง และก็เปนจริงสําหรับพวกเรา
ปณิธานที่เจาประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย (เกี่ยว อุปเสโณ) ไดใหโอวาทไวเมื่อป ๒๕๕๕ ว่า “หากไมมีพระสงฆ ในพื้นที่ชาวพุทธก็หมดที่พึ่ง แมวันใดวันหนึ่งขางหนา พระพุทธศาสนาจะหมดไปจริงๆ ก็ขอใหพระสงฆเดินออก พื้นที่เปนคนสุดทาย” เจาคณะพระสังฆาธิการทุกระดับ คณะพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต และพระที่สามจังหวัดชายแดน ยังยึดมั่นในปณิธานของ เจาประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย (เกี่ยว อุปเสโณ) อยูเปนที่พึ่งทางใจ สรางกรอบแหงความดีเพื่อจรรโลง ใหสังคมอยูเย็นเปนสุข และจะไมหนีไปไหน เพราะที่นี่คือบานของเรา แผนดินของเรา ประเทศของเรา เราทุกคนไมสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได แคอยูใหเห็นแลวเย็นใหเขาไดสัมผัส เพราะการกระทํามันสําคัญกวาคําพูด!



