ไลฟ์สไตล์

ใต้ร่มพุทธธรรม สามัคคี พี่น้องไทย 

ใต้ร่มพุทธธรรม สามัคคี พี่น้องไทย 

29 พ.ย. 2559

โดย - พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท เรื่อง Suyanee kantzs ภาพ

เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ณ บ้านตาเซะเหนือ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางราชการได้สร้างขึ้นด้วยประสงค์จะให้ชาวพุทธและชาวมุสลิมในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมารวมกันอยู่

 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานงบประมาณส่วนหนึ่งในการซื้อที่ดินและสร้างบ้าน พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ได้ทอดผ้าป่าระดมทุนเพื่อซื้อที่ดินพร้อมทั้งชาวบ้านที่ประสงค์เข้าไปจับจองที่อยู่ต้องออกเงินจำนวนหนึ่งเพื่อร่วมซื้อที่ดิน ทำให้เกิดการรวมตัวเป็นหมู่บ้านตาเซอฝะเหนือขึ้นมาในปัจจุบัน

      วันนี้คณะพระธรรมทูตอาสาได้มาเยี่ยมคุณลุงสุด อายุ ๘๔ ปีซึ่งเป็นสมาชิกของชุมชนบ้านตาเซะเหนือ พอได้เจอพระ ลุงสุดแสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด เสมือนว่าไม่ได้เจอพระมานาน หลังจากที่ได้พูดคุยกันพอเป็นเครื่องเจริญในธรรม คณะพระธรรมทูตอาสาก็ได้สวดมนต์เจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณให้ลุงฟัง พร้อมทั้งมอบของ และก็ให้พรเป็นภาษาบาลี ลุงบอกว่าโดยปกติ ลุงต้องถวายแล้วรับพรจากพระ วันนี้พระมอบให้ลุงให้พรเป็นภาษาบาลีไม่ได้นะ

ใต้ร่มพุทธธรรม สามัคคี พี่น้องไทย 

     ผู้เขียนก็เลยไปแอบกระซิบข้างๆ หูคุณลุงบอกว่า ให้พรไม่ได้ไม่เป็นไร ขอคาถาแทน ลุงหัวเราะ พร้อมบอกว่า คาถามหาเสน่ห์หรือคาถาอะไร ก็เลยบอกว่าคาถาอะไรก็ได้ ลุงบอกว่างั้นจะให้คาถาแคล้วคลาดละกัน

      ก่อนที่คุณลุงจะให้คาถา คนนำทางของเราก็เลยบอกว่า ก่อนที่ลุงจะย้ายมาอยู่ที่นี่ลุงโดนยิงถล่มบ้านมาก่อน แต่ลุงพร้อมทั้งครอบครัว ภรรยาลูกก็รอดมาได้ ลุงก็เลยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังว่า ตอนที่เขายิงถล่มบ้าน ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเปลืองแล้ว (ตายแล้ว) วินาทีนั้นจำได้ว่าตัวเองกอดพระพุทธรูปไว้ ลูกปืนก็ผ่านข้างซ้ายข้างขวา ความรู้สึกเหมือนตัวพรุนไปแล้ว ผ่านศีรษะไปก็ไม่รู้กี่นัด ส่วนภรรยากับลูกหลบอยู่ห้องน้ำ ตอนเช้าทหารตำรวจนับปลอกกระสุนได้ ๔๑ ปลอก รอดตายได้เพราะบารมีพระพุทธเจ้า

วินาทีนั้นคงไม่ใช่แค่ผู้เขียนเท่านั้นที่สนใจคาถาของลุง ทหารที่มาด้วยก็สนใจ ทุกคนที่นั่นสนใจหมด ว่าแล้วลุงก็เลยท่องคาถาให้ฟัง ก็เลยนำมาเล่าให้ฟังอีกที เผื่อมีใครสนใจจะนำไปใช้ 

คุณลุงบอกว่า ไม่มีค่าครู

คาถาของคุณลุง ดังนี้ “พุทธัง แคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท คลาดแคล้ว อิติปิโสภควา .. ธัมมัง สังฆัง ก็ทำนองเดียวกัน ” ... คุณลุงบอกว่าท่องเสร็จแล้ว ให้เอาเท้าขวาเหยียบธรณีก่อน เดินทางปลอดภัย เพี้ยง!

000

และในวันที่ ๒๓-๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ คณะพระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส คณะที่ ๒ ได้ลงชุมชนตาเซะเหนือ และชุมชนบ้านใหม่ ไปเยี่ยมพระ พบปะโยม ให้กำลังใจชาวบ้าน ๕ ครอบครัว พร้อมกันนี้ชาวบ้านตาเซะได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพล โดยปกติใน ๑ เดือนจะมีพระในชุมชนใกล้เคียงรับนิมนต์หมุนเวียนกันเข้ามา ๒ ครั้ง คือวันพระใหญ่ ให้โยมได้ไหว้พระ รับศีล ทำบุญ ฟังธรรมตามโอกาส ณ วัดรัตนานุภาพ ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

ใต้ร่มพุทธธรรม สามัคคี พี่น้องไทย 

สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว โดยสำนักงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้แจกหนังสือ "ธรรมะเยียวยาใจ สายใยปลายด้ามขวาน"  เขียนและเรียบเรียง กลุมใตรมพุทธธรรม ซึ่งได้นำไปแจกให้กับประชาชน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังคำปรารภ ของพระมหาธนเดช ธมฺมปัญโญ ประธานกลุ่มใต้ร่มพุทธธรรม ในหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งว่า 

"การมาที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต ไมใชครั้งแรกของคณะพระวิทยากรกลุมใตรมพุทธธรรม และเชื่อวาคงไมใชการมาครั้งสุดทายของพวกเรา พวกเราลงพื้นที่ตามฐานทหาร หนวยปฏิบัติการ กองรอยตางๆ ตามรายทางไปเรื่อยๆ โดยการนําของโยมในพื้นที่ เพื่อไปใหกําลังใจ มอบวัตถุมงคล ประพรมนํ้าพระพุทธมนต สวนทหารที่เปนพี่นองมุสลิม พวกเราก็มอบหนังสือธรรมะ ภาพที่พวกเราเห็นและไดสัมผัสคือ ความสุข ความดีใจ และความอุนใจ ที่ทหารไดเจอพระ

 “ผมดีใจเหลือเกิน อยูที่นี่มาเกือบปแลว ยังไมเคยมีพระเขามาเยี่ยมเลย พรอมกับหันไปสั่งเพื่อนใหรีบไปบอกนายวามีพระมาโปรด แลวก็มีนายทหารนําพวกเราเขาไปที่รับรอง ที่พอจะจัดหาไดในขณะนั้นไมถึงนาทีมีเสียงออดดังขึ้น ทหารทุกนายอาวุธครบมือพรอม ปฏิบัติการตั้งแถวที่จุดรวมพล หัวหนาหนวยเดินมาหาพระ แลวก็พูดกับพระวา ไหนๆ ก็มาแลว ทํานํ้ามนต์ใหพวกผมไดไหมครับ

"ทหารบางนายถึงกับนิมนตเขาไปในหองนอน ไปพรมนํ้ามนตใหผมหนอย จากภาพที่เห็นทําใหพวกเราเขาใจแลววาลึกๆ พวกเขากลัว พวกเขาขาดพลังใจ โยมที่นําทางคือ นภศร ศิริมังคะโล ถึงกับนํ้าตาคลอดวยความซาบซึ้งกับภาพที่เห็น เพราะการมาของพวกเราไมมีผลประโยชนผูกพันกับใคร ไมไดมีหนังสือถึงหนวยงานไหน ไมมีใครเชิญหรือนิมนตพวกเราเขาไป พวกเราไมไดเกียรติ แตไดใจ            “ไดใจแตไมไดเกียรติ ยังไมนารังเกียจเทาไดเกียรติแตไมไดใจ" 

ถาคนเราตองการจะชวยเหลือใครสักคน ... ที่มีคา ...มีความหมายสําหรับเรา ไมวาจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไมวาจะยากลําบากขนาดไหน...เราจะเบิกบานกับความรูสึกนี้ ...โดยไมเหนื่อยหนายกับภาระที่เรา เผชิญอยูขางหนา ถาใหความสําคัญกับความรูสึกนี้ ...การมีชีวิตอยูของเรา จะอยูอยางมีคุณคาและความหมาย อยางแทจริง อยารูสึกลําบาก แคเชื่อในสิ่งนี้ก็พอ แลวมันจะเกิดขึ้นเอง และก็เปนจริงสําหรับพวกเรา

   ปณิธานที่เจาประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย (เกี่ยว อุปเสโณ) ไดใหโอวาทไวเมื่อป ๒๕๕๕ ว่า  “หากไมมีพระสงฆ ในพื้นที่ชาวพุทธก็หมดที่พึ่ง แมวันใดวันหนึ่งขางหนา พระพุทธศาสนาจะหมดไปจริงๆ ก็ขอใหพระสงฆเดินออก พื้นที่เปนคนสุดทาย” เจาคณะพระสังฆาธิการทุกระดับ คณะพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต และพระที่สามจังหวัดชายแดน ยังยึดมั่นในปณิธานของ เจาประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย (เกี่ยว อุปเสโณ) อยูเปนที่พึ่งทางใจ สรางกรอบแหงความดีเพื่อจรรโลง ใหสังคมอยูเย็นเปนสุข และจะไมหนีไปไหน เพราะที่นี่คือบานของเรา แผนดินของเรา ประเทศของเรา เราทุกคนไมสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได แคอยูใหเห็นแลวเย็นใหเขาไดสัมผัส เพราะการกระทํามันสําคัญกวาคําพูด!