ไลฟ์สไตล์

ครองชีพ ครองธรรม

ครองชีพ ครองธรรม

29 พ.ย. 2559

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทรงตรัสว่า “ถ้าเรามีความเพียร ความอดทน และจ้องดูถนนที่แล่นไปเท่านั้น ไม่มีการทบทวนเป็นระยะๆ ว่าเราไปถึงไหน เราก็ไม่สามารถที่จะไปถึงจุดหมายที่ถูกต้อง นอกจากจะบังเอิญ”

การครองชีพ ครองชีิวิต จึงไม่ควรหวังพึ่งความบังเอิญ แต่ควรมีการวางแผนและเป้าหมาย ดังที่่ในหลวงทรงพาทำมาตลอด ๗๐ กว่าปี เพราะความเดือดร้อนของผู้คนไม่มีวันหมด และเมื่อเดือดร้อนก็แสวงหาที่พึ่ง เมื่อพึ่งใครไม่ได้ก็เดินทางไปหาพระองค์ และนั่นคือที่สุดท้ายที่ประชาราษฎร์หวังพึ่งพา แล้วพระองค์ทรงช่วยจนสุดกำลังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนก็ควรจะทำตามพระองค์ท่าน ซึ่งนั่นจะช่วยให้ความเดือดร้อนบรรเบาเบาบางลง  ​

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ช่วยไม่ได้ทั้งหมด เพราะคนเดือดร้อนเยอะมาก พระองค์ทรงทำมากี่ปี ความทุกข์ยากก็ยังไม่หมด ก็ยังต้องทำต่อไป เพราะความทุกข์ยากของคนไม่มีวันหมด ปีนี้ทุกข์เรื่องนี้ ปีต่อไปก็ทุกข์เรื่องอื่นอีก ความเดือดร้อนมีทุกหย่อมหญ้า ทำอย่างไร ข้าราชการ จะช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ได้ เพราะจะอาศัยหน่วยงานของพระองค์อย่างเดียวคงไม่พอ

หากไม่ช่วยกัน ต่อไปผู้คนจะลำบากมากขึ้น แต่ก่อนลำบากอย่างไรก็ยังมีสวน มีนาทำ แต่เดี๋ยวนี้ เอาไร่เอานาไปจำนองกันหมดแล้ว ต่อไปจะไม่มีที่ดินทำกินกัน เพราะเช่าเขา ถ้าเขาไล่เมื่อไหร่ก็ต้องไป จะทำอย่างไรดี ความเดือดร้อนเช่นนี้ไม่เฉพาะคนในชนบท คนในเมืองก็เจอความเดือดร้อนเหมือนกัน ทำงานค่าแรงน้อย จนเป็นหนี้เป็นสินไม่มีจ่ายจะทำอย่างไร ก็เป็นปัญหาสังคมตามมา ส่วนคนที่สบายก็มี แต่เป็นส่วนน้อย ถ้าคนที่สบายแล้ว มาช่วยคนลำบากให้พึ่งพาตนเองได้ ก็จะเป็นกุศลอย่างยิ่ง เพราะในหลวงทรงช่วยประชาชนมาตลอดก็เพื่อให้พสกนิกรพึ่งตนเองได้ อย่าหวังพึ่งโชคลาภ ซึ่งไม่มีอยู่จริง และเป็นความบังเอิญเท่านั้น ชีวิตจึงไปหวังความบังเอิญไม่ได้ 

เศรษฐกิจพอเพียงดีที่สุด เพราะไม่ทำความเดือดร้อนให้ตนเอง อย่าไปวิ่งตามอารมณ์ของคนที่เขาชักชวนให้ฟุ้งเฟ้อ  เขาบอกว่าเราจนใช่ไหม ใช่ฉันจน  ฉันยอมรับตัวเองได้ แต่ถ้าคนมาบอกว่า ฉันจน ฉันรับไม่ได้ ก็จะไปกู้หนี้ยืมสินมาให้คนเห็นว่า ฉันมีเงิน มันจะใช้ได้ไหม ก็ต้องคิดให้ได้ คิดให้ตรงกับความเป็นจริง แล้วจะทุกข์น้อยลง 

หากคนเราตามความคิดไม่ทันก็จะเสียหาย

เพราะฉะนั้น ความคิด เป็นเรื่องสำคัญ

เช่น การทำบุญ ก็ให้ทำบุญให้เป็นจึงจะได้บุญ ทำนาก็ต้องทำนาในที่ดีๆ จึงจะได้ผลดี ถ้าที่ดินไม่ดี น้ำท่วมก็ทิ้งที่นาไปใช่ไหม ไม่ใช่ แต่ก็ต้องคิดหาทางแก้ไขว่า จะทำอย่างไรให้ที่ดินตรงนี้น้ำไม่ท่วม เพื่อทำนาได้ ทั้งหมดอยู่ที่การคิด และการจัดการ ถ้าเรามาจัดการให้มันดี เหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาจัดการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านมากมาย ก็จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้า แก้ไขปัญหาได้

อีสานแล้ง เมื่อก่อนทำนาได้ปีละครั้ง เดี๋ยวนี้ทำได้สองสามครั้ง เพราะการจัดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้ามาจัดการพื้นที่ให้มีน้ำ ให้มีเขื่อน ทำให้น้ำลงไปสู่แหล่งเพาะปลูก ก็ได้ผล ปลูกทุกอย่างได้หมด แทนที่จะปลูกข้าวได้ปีละครั้ง ก็ปลูกได้ปีละสองสามครั้ง 

ถ้ามีหนี้เราก็ไม่ต้องกลุ้มใจ หันมาหาทางบริหารหนี้ ทำอย่างไร จะให้ลดหนี้

ทุกอย่างจึงอยู่ที่แนวคิด และระบบการจัดการก็มาจากแนวคิดวางแผนทั้งระบบ ทั้งหมดนี้ คือ ธรรมะของพระพุทธเจ้านั่นเอง