ไลฟ์สไตล์

รู้ทันกฎหมาย - เมื่อได้สินค้าที่ไม่ปลอดภัย

รู้ทันกฎหมาย - เมื่อได้สินค้าที่ไม่ปลอดภัย

12 ก.พ. 2552

มาแล้วกฎหมายที่เอาใจใส่ผู้บริโภค มีชื่อเรียกยืดยาวว่า "พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย" ออกมาเป็นเวลาปีหนึ่งแล้ว แต่จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่จะมาถึงนี้

 เรื่องของเรื่องก็คือ คนซื้อสินค้าจะมีปัญหาเวลาสินค้าไม่ปลอดภัย แต่ไม่รู้จะหันหน้าไปเอาเรื่องจากใครได้ เพราะโยนความรับผิดกันไปมา ประมาณว่าผู้ประกอบการก็อ้างว่าไม่ใช่คนผลิตเอง คนผลิตก็บอกว่าทำไม่ผิดสเปกของคนสั่งทำ คนขายก็บอกว่าจะไปรู้ได้ไงว่าสินค้าชิ้นนี้มันอันตราย เพราะไม่ได้เรียนจบอุตสาหกรรมการผลิตมาเสียที่ไหน

 กฎหมายเลยจับมาเรียงหน้ากระดานบัญญัติเอาไว้ว่า ถ้าเกิดผู้ใดได้รับความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ไปปลอดภัย ก็มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ โดยไม่ต้องเป็นคนซื้อหามาเอง แต่ได้มาในทางใดๆ แล้วได้รับความเสียหายก็กลายเป็น “ผู้เสียหาย” ตามกฎหมายฉบับนี้ไปเลย

 ความเสียหายที่ได้รับก็ไม่จำกัดเฉพาะผื่นขึ้นเป็นหนอง หรือเป็นมะเร็ง แต่ไล่กันไปถึงความเสียหายต่อจิตใจ ที่ทำให้ผู้รับผิดชอบต้องจ่ายเป็นค่าสินไหมในเชิงถูกลงโทษด้วย เช่น เกิดวิตกกังวล เศร้าโศรกเสียใจ อับอาย ประมาณนี้

 งานนี้มีหนาว เพราะนอกจากคนขายแล้ว ใครก็ตามที่ต้องอยู่ในร่างแหแห่งความรับผิดชอบก็จะต้องรอบคอบเอาไว้อย่างเคร่งครัด  กฎหมายท่านจัดตำแหน่งเอาไว้ในชื่อ “ผู้ประกอบการ” อันได้แก่ ผู้ผลิตสินค้า หรือว่านำเข้ามา  และผู้ที่ว่าจ้างให้ผลิตก็ต้องรับผิดชอบด้วย 

 ดีที่ยังมีข้อยกเว้นเอาไว้ว่าไม่ต้องรับผิดได้ หากความไม่ปลอดภัยของสินค้าไม่ได้มาจากการกระทำของคนว่าจ้างหรือของคนผลิต  หรือเพราะไม่อาจคาดเห็นได้ถึงความไม่ปลอดภัยนั้น

 แต่ถ้าคนได้มาไม่ดูว่าของแบบนี้ต้องมีวิธีเก็บรักษาอย่างไร  หรือเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าสินค้านั้นมันไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพก็ยังใช้หรือเก็บเอาไว้ให้มันเกิดความเสียหาย  ก็จะไปเรียกร้องไม่ได้  เพราะไม่ได้ใช้สินค้านั้นไปแบบปกติธรรมดา 

 ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในตัวผู้ประกอบการและผู้เสียหาย ก็ควรจะต้องระบุวิธีเก็บรักษาเอาไว้ หรือ มีข้อมูลคำเตือนเกี่ยวกับการใช้  หรือบอกวิธีใช้ให้ถูกต้องว่าเป็นอย่างไร  ก็จะปลอดภัยแก่ผู้ประกอบการ  ถ้าไม่อ่านเองแล้วเสียหายจะมาเรียกร้องก็จะไม่มีสิทธิจะทำได้

 สิ่งที่ต้องเข้าใจกฎหมายฉบับนี้ดูแลความไม่ปลอดภัยของสินค้า  ไม่ใช่ความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัย  ถ้าจะเรียกร้องให้รับผิดชอบได้ตามกฎหมายฉบับอื่น

 การฟ้องร้องไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และถ้ามันเสียหายเบิกบานกันมากราย  คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะจัดการฟ้องเหมาให้ทั้งยวง 

 กฎหมายนี้ยังเป็นของใหม่  คงต้องช่วยกันทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ถือเป็นความใส่ใจในความปลอดภัยของสินค้าที่ต้องรอดูว่าจะบังคับใช้ได้ผลแค่ไหนต่อไป

"ศรัณยา ไชยสุต"