ไลฟ์สไตล์

ธุรกิจน้ำเมารุกโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียพุ่งเป้ากลุ่มเยาวชน

ธุรกิจน้ำเมารุกโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียพุ่งเป้ากลุ่มเยาวชน

21 พ.ย. 2559

งานวิจัยเผยธุรกิจน้ำเมารุกโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย จัดสารพัดโปรโมชั่น เด็กมหา'ลัย 43.4%ยอมรับ ติดตามคอนเสิร์ต-เบียร์ปาร์ตี้จากเฟซบุ๊ก 

         ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ มากกว่า 200 ชนิด เป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกมากถึง 3.3 ล้านคนต่อปี หรือทุก 10 วินาที จะมีคนตาย 1 คน เมื่อพิจารณาข้อมูลในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปี 2558 ประชากรไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีประมาณ 18 ล้านคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน 12 เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ร้อยละ 40 เป็นนักดื่มประจำซึ่งดื่มตั้งแต่ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป และจากการสำรวจในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศเมื่อต้นปี 2559 นี้ พบว่า นักเรียนชายร้อยละ 19.3 และนักเรียนหญิงร้อยละ 16.2 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบันหรือ 30 วันก่อนการสำรวจ ซึ่งสถานการณ์การดื่มที่น่าเป็นห่วง ยังอยู่ในกลุ่มเยาวชน แต่ละปียังเกิดนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

           ด้านดร.ศรีรัช ลอยสมุทร ภาควิชาสื่อสารการตลาด วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากการวิจัยเรื่อง “เมื่อร้านเหล้าและธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง :สื่อ Social media คือเครื่องมือสำคัญ” พบว่า โซเชียลมีเดีย กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างเยาวชน ซึ่งพบว่าได้รับผลตอบรับรวดเร็ว และแพร่กระจายในวงกว้าง โดยที่กฎหมายยังไม่สามารถควบคุมได้ และถือเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพกว่าสื่อโฆษณาแบบเก่าอย่างมาก โดยกลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษาร้อยละ 43.4 ระบุว่าติดตามงานคอนเสิร์ตและงานเบียร์ปาร์ตี้ที่จัดตามร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ผ่านทางสื่อ เฟซบุ๊กของร้าน

          ร้อยละ 46 บอกว่าทราบว่าจะมีงานเหล่านี้จากการที่เพื่อนแชร์/แทคบอกกันในสื่อโซเชียลมีเดียและร้อยละ24 ระบุว่า ทราบจากการได้รับ SMS ที่ร้านเหล้าส่งมาให้ในโทรศัพท์และใน Line ซึ่งเกือบทุกรายมีพฤติกรรมเดียวกัน คือ ส่งต่อ แปะหน้าเฟซบุ๊กตนเองหรือเพื่อน แชร์ แทคเพื่อนๆ และยังมีโปรโมชั่นให้เช็คอิน เพื่อเป็นการส่งต่อ โฆษณาเพื่อนในออนไลน์ ในทางตรงกันข้าม มีเพียงร้อยละ 1.6 เท่านั้น ที่ระบุว่ารู้เรื่องงานกิจกรรมต่างๆของร้านเหล้าจากการเห็นป้ายโฆษณา ซึ่งตอกย้ำว่าสื่อเก่าไม่ได้ผลและไม่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับวัยรุ่นยุคใหม่เท่าสื่อโซเชียลมีเดีย

        “ธุรกิจแอลกอฮอล์รู้ดีว่า สื่อประเภทไหนที่เข้าถึงเยาวชนได้มากที่สุด ประกอบกับกฎหมายยังไม่สามารถควบคุมไปถึง ทำให้เกิดเป็นช่องโหว่และเกิดการกระตุ้นการดื่มผ่านช่องทางของสื่อโซเชียลจำนวนมาก โดยใช้ผู้ดื่มเป็นช่องทางโฆษณากระตุ้นให้เกิดการพูดถึง ไลค์ แชร์ ส่งต่อ รวมทั้งใช้การโฆษณาผ่านสื่อบุคคล โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นที่ได้รับความสนใจในโลกโซเชียล การใช้กลยุทธ์ lifestyle marketingหรือการสร้างพฤติกรรมต้นแบบให้เกิดการเลียนแบบและจูงใจ ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การติด hashtagการท้าให้ทำแคมเปญตามๆ กัน หรือ การเล่นเกม ซึ่งในยุคที่สื่อเหล่านี้มีบทบาทสูง ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องรู้เท่าทันเพื่อใช้มาตรการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการป้องกันเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ” ดร.ศรีรัช กล่าว 

         อนึ่ง ระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย.2559 สสส. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) พร้อมด้วยเครือข่ายภาคีต่างๆ จะจัดการประชุมวิชาการสุราระดับชาติปีที่ 9 ภายใต้หัวข้อ “สานพลังพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชนให้พ้นภัยสุรา” ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมทั้งร่วมกันระดมความคิดเห็น วางแนวทางการผลักดันยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา