มิตซูพัฒนาช่างเทคนิคยานยนต์
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พัฒนาช่างเทคนิคยานยนต์ฝีมือดี พร้อมส่งเสริมการสร้างอาชีพให้นักเรียนโรงเรียนพระดาบส
ผลพวงการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2554 – 2556 ทำให้วงการ ยานยนต์ค้นพบสัญญาณที่เด่นชัดของการขาดแคลนบุคลากรสายอาชีพเฉพาะทางอย่างช่างเทคนิคยานยนต์มีฝีมือ ซึ่งมีไม่เพียงพอต่อการรองรับความต้องการทั้งการขับขี่ในประเทศและภาคการส่งออก
ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคยานยนต์อย่างยั่งยืน ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะผู้นำนวัตกรรมในวงการยานยนต์ จึงวางพันธกิจสำคัญในการมุ่งพัฒนาอาชีพช่างเทคนิคยานยนต์แก่เยาวชนไทยที่สนใจให้เติบโตอย่างมีฝีมือเฉพาะทาง มีความรอบรู้ในเรื่องเทคนิคเครื่องยนต์จนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงในอนาคต
มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือด้านช่างเทคนิคในช่วง 4-5 ปีก่อน ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ ได้จัดตั้งโครงการสนับสนุนสถาบันอาชีวศึกษาขึ้น เพื่อสร้างโอกาสด้านการศึกษาและพัฒนาอาชีพในสาขาวิชาช่างเทคนิคยานยนต์ให้กับเยาวชนผู้สนใจ
โดยให้การสนับสนุนสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียน พระดาบส ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการในพระราชดำริโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จัดตั้งขึ้นเพื่่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่มีอาชีพและไม่มีความรู้พื้นฐานเพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันวิชาชีพ หากแต่มีความยินดีสนใจใฝ่ศึกษาและมีความเพียรอย่างจริงจัง ให้ได้รับโอกาสฝึกวิชาชีพและฝึกอบรมคุณภาพศีลธรรมเพื่อให้สามารถประกอบสัมมาชีพ สร้างตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว สังคมและประเทศชาติ”
ถึงแม้ว่าปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะลดลงแล้ว แต่มิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ ยังคงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการพัฒนาการศึกษา และการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับสังคมไทย จึงยังคงสานต่อการสนับสนุนมาถึงปัจจุบัน โดยกิจกรรมในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยการสนับสนุนจากมิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ และผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่เข้าร่วมโครงการ
โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ ได้บริจาคเครื่องยนต์รุ่นต่างๆ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นรวมกว่า 224 ชุด แก่โรงเรียนอาชีวะรวมถึงโรงเรียนพระดาบสในพื้นที่กรุงเทพ และโรงเรียนพระดาบสสาขายะลา รวมแล้ว 90 แห่ง เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้แก่ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้แก่อาจารย์และนักเรียนได้เรียนรู้ ฝึกฝนและลงมือปฏิบัติจริงกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่
“ในฐานะที่มิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์สมรรถนะเยี่ยมพร้อมประหยัดน้ำมันชั้นสูงซึ่งเป็นแนวโน้มความต้องการของผู้ขับขี่ทั่วโลก เราตระหนักดีถึงประโยชน์และความสำคัญของการเปิดโอกาสให้ช่างเทคนิคยานยนต์ในอนาคตมีโอกาสในการฝึกฝนและเรียนรู้พื้นฐานอาชีพจากการลงมือปฏิบัติจริงกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่มีความทันสมัยและใช้งานอยู่จริงในปัจจุบันหรืออนาคตอันใกล้” มร. ชกกิกล่าว
นอกจากนี้ เครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เยี่ยมชมการทำงาน ฝึกงานและลงมือปฏิบัติจริงในศูนย์บริการ เพื่อให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญชำนาญในอาชีพ และการปฏิบัติงานเทคนิคยานยนต์ในระดับที่สูงขึ้น
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพและสร้างอาชีพให้แก่เยาวชนในโรงเรียนอาชีวะมาแล้วกว่า 500 คน จาก 82 โรงเรียน ภายใต้การสนับสนุนจากผู้จำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิฯ 67 จังหวัด ทั่วประเทศ และจากการติดตามผลพบว่า โครงการนี้ได้ให้โอกาสกับนักเรียนที่เข้ามาฝึกงานให้ได้มีอาชีพ
โดยได้รับการบรรจุเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำกับผู้จำหน่ายมิตซูบิชิแล้วเป็นจำนวน 103 คน ซึ่งมิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ จะยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนและผู้ขาดแคลนโอกาส เพื่อตอบแทนสังคมและส่งเสริมอาชีพให้แก่คนไทยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช



