
30%เด็กไทยพัฒนาการefล่าช้า
สสส.จับมือเครือข่ายพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จสร้างเด็กไทยยุค 4.0ผ่านการพัฒนาทักษะทางสมอง พบเด็ก30%มีปัญหาพัฒนาการด้านEFล่าช้าหรือมีปัญหาพฤติกรรม
เมื่อวันที่19พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายThailand EF PartnershipจัดการประชุมวิชาการEF Symposium2016ปลูกฝังทักษะสมอง บ่มเพาะเด็กไทยยุค4.0
นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ทักษะที่จำเป็นของคนไทยในยุค4.0ที่ทั่วโลกต้องการคือ การเรียนรู้ที่จะปรับตัวโดยเฉพาะเด็กเยาวชน และกลุ่มวัยแรงงานที่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคไอที การสร้างทักษะที่สำคัญเหล่านี้จำเป็นต้องวางรากฐานตั้งแต่ปฐมวัย หรือ0-6ปี
โดยการพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ หรือExecutiveFunction(EF)เป็นการทำงานระดับสูงของสมองในการเฝ้าตามดูและควบคุมอารมณ์ ความคิด และการกระทำ เพื่อกำกับตนเองให้เกิดพฤติกรรมที่มุ่งสู่เป้าหมายช่วยให้เด็กคิดเป็น ทำงานเป็น เรียนรู้เป็น แก้ไขปัญหาเป็น อยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็น และหาความสุขเป็นซึ่งต้องเน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำเพื่อให้เด็กมีโอกาสฝึกคิด วางแผน แก้ไขปัญหา สิ่งสำคัญคือควรคำนึงถึงการสร้างการเรียนรู้แก่เด็กตามความเหมาะสมของช่วงวัย
โดยเฉพาะระดับปฐมวัยที่ไม่ควรเร่งเรื่องอ่านเขียน ซึ่งเป็นการกดทับทักษะด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาสสส.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายEFกว่า20องค์กร พัฒนาองค์ความรู้ทางด้านทักษะสมองให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยรวมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ไปใช้เป็นรูปธรรม
รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงผลการสำรวจพัฒนาการทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จของเด็กวัย2-6ปี จากกลุ่มตัวอย่าง2,965คนทั่วทุกภาคของประเทศไทยในช่วงปี2558-2559ด้วยแบบประเมินพัฒนาการด้านEFในเด็กปฐมวัยพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยมหิดลภายใต้โครงการวิจัยที่สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)พบว่าปัจจุบันมีเด็กวัย2-6ปีที่มีปัญหาพฤติกรรมที่เป็นความบกพร่องของEFประมาณ30%คือเป็นเด็กที่มีความบกพร่องอย่างชัดเจน16%และบกพร่องเล็กน้อย14%
ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการด้านEFล่าช้าคือพบประมาณ29%โดยเป็นเด็กที่มีพัฒนาการด้านEFต่ำกว่าเกณฑ์อย่างชัดเจน14%และต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย15%ทั้งนี้ทักษะสมองด้านEFที่เป็นปัญหามากเป็นอันดับ1คือปัญหาด้านการหยุด2.ปัญหาด้านความจำขณะทำงาน และ3.ปัญหาการควบคุมอารมณ์ซึ่งจะส่งผลด้านลบต่อความพร้อมและความสำเร็จทางการเรียนในระดับที่สูงขึ้นไป
นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์
รศ.ดร.นวลจันทร์ กล่าวว่าการพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จจะช่วยลดปัญหาความล้มเหลวทางการเรียนหรือออกจากระบบการศึกษาปัญหาพฤติกรรมและลดความเสี่ยงที่เด็กจะตัดสินใจผิดพลาดเช่น การใช้ยาเสพติดการตั้งครรภ์ในวัยเรียนเพราะการทำงานของสมองส่วนหน้าที่เข้มแข็งจะช่วยให้เด็กรู้จักคิดก่อนทำ ยับยั้งชั่งใจเพื่อกำกับตนเองสู่ความสำเร็จซึ่งการพัฒนาทักษะสมองเหล่านี้ควรบูรณาการในชีวิตประจำวันทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน
รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล
แต่ปัญหาในขณะนี้คือครูและพ่อแม่ยังขาดความเข้าใจ โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนวัยเด็กเล็กที่ขาดสมดุลมุ่งเน้นวิชาการ เร่งเรียนเขียนอ่านก่อนวัยซึ่งสมองของเด็กเล็กมีความพร้อมที่จะรับการฝึกทักษะEFพื้นฐานเช่นรู้จักหยุด ยืดหยุ่นทางความคิด และความจำขณะทำงานซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะEFระดับที่ยากขึ้นไปเช่น การคิดเป็นเหตุผล คาดการณ์ผลของการกระทำ การจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการสอนและการประเมินเด็กวัยก่อนเรียนควรปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับพัฒนาการด้านการคิดด้วยสมองส่วนหน้าของเด็กเพราะความสามารถด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวยืนยันว่าเด็กจะประสบความสำเร็จเสมอไป
นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร
นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร จิตแพทย์เด็กและเยาวชนกล่าวว่างานวิจัยการติดตามเด็กอัจฉริยะที่ทำมากว่า80ปี พบว่าIQไม่ได้การันตีความสำเร็จของมนุษย์ อีกทั้งโลกใหม่ในศตวรรษที่21ไม่ได้เน้นเรื่องความจำ แต่เน้นเรื่องการควบคุมตนเอง การมุ่งสู่เป้าหมาย และยืดหยุ่นในวิธีคิด โดยทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จหรือEFจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดเพราะเป็นฐานการควบคุมตนเองและจัดระเบียบตนเองเด็กที่มีEFสูงจะประสบความสำเร็จในชีวิต การทำงาน การเรียน ช่วยแก้ปัญหาด้านพฤติกรรมอาชญากรรม ยาเสพติด ติดโซเชียลมีเดีย การเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม หลายองค์กรในประเทศอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย
รวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง อาทิ ฮาร์วาร์ด มอนทรีออล จอห์นฮอปกินส์ได้หันมาให้ความสนใจและเปลี่ยนวิธีคิด โดยนำEFเข้าไปปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน ดังนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษาปฐมวัย หากไม่เริ่มต้นพัฒนาทักษะสมองตั้งแต่วัยนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่มีแรงอยากรู้ อยากเห็นเป็นตัวขับ โดยEFยังพัฒนาไม่เข้มแข็งพอ โอกาสที่วัยรุ่นจะเสียหายก็มีสูง



