
“เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ”
เซ่เว่นอีเลฟเว่น จัดธรรมบรรยาย ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม
เซเว่นอีเลฟเว่น มุ่งมั่นจัดธรรมบรรยายเพื่อให้พนักงานและประชาชนผู้ที่สนใจได้ร่วมฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทุกเที่ยงวันศุกร์ที่อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม
ล่าสุด โครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ได้นิมนต์ พระมหาโพธิวงศาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ มาบรรยายธรรมชีวิตที่ดีทำได้อย่างไร? ในหัวข้อ “ส่องสิ่งสงสัย”ให้พนักงานและประชาชนย่านสีลมในกลางกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมฟังธรรมพระมหาโพธิวงศาจารย์ กล่าวว่า โลกของเราวันนี้มีช่องทางการกระจายข่าวสารมากขึ้น ทำให้คนเรารับรู้สิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องรับรู้ เป็นโลกที่มีแต่เรื่องวุ่นวายเข้ามาทำให้ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และเก็บมาคิดให้จิตไม่หยุดนิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคชีวิต เพราะรู้แล้วทำให้ทุกข์ บางเรื่องราวไม่สร้างสรรค์และไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับชีวิตเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ทุกข์ได้โดยไม่รู้ตัว
“ยิ่งข้อมูลข่าวสารส่งมามากเท่าไร หากไม่รู้จักการปรับและรับมือก็จะกลายเป็นทุกข์ บางครั้งไม่มีทางรู้ได้ว่าเรื่องนั้นๆ เป็นจริงหรือเท็จ เป็นประโยชน์หรือสร้างผลกระทบมากเพียงใด คลื่นข้อมูลข่าวสารเหล่านี้เสมือนเป็นแบบทดสอบเราจึงควรฝึกฝนตัวเราเองให้เป็นคนที่พ้นจากความทุกข์ ในทางพระพุทธศาสนา มีหลักที่ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้ชีวิตเรียกว่า โลกุตระ คือ พ้นโลก พ้นจากภาวะของโลก โดย “การพัฒนาตัวเอง” คนที่พัฒนาแล้ว ย่อมเป็นผู้ที่คิดพร้อม ยอมรับ ปรับตัว สม่ำเสมอ แล้วจะเป็นผู้กอบโกยความสุขให้ชีวิต”
เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ให้ข้อสังเกตและข้อปฏิบัติตามไว้ 3 ประการ เพื่อนำไปปรับใช้ให้ชีวิตจัดการกับความวุ่นวายของโลกข้อมูลข่าวสารได้แก่
1.พร้อมคิด คือ เราต้องคิดให้เป็น คิดอย่างมีระบบ และฉลาดพร้อมอย่างรอบด้าน เราต้องพร้อมด้วยความคิด พร้อมที่จะมองดูตัวเอง พิจารณาตัวเองว่ากำลังคิดอะไร ทำอะไรอยู่ ตั้งเป้าหมายอะไรไว้ จะทำให้เราเห็นความต้องการของตัวเอง เห็นการประพฤติปฏิบัติของตัวเองว่าดีไม่ดีอย่างไร บวกอย่างไร ลบอย่างไร
“2.พร้อมยอมรับ ข้อนี้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ เช่น คนทั้งบ้านทั้งเมืองบอกดื่มเหล้าไม่ดี พระก็บอกว่าผิดศีล คนที่ดื่มเหล้าก็บอกไม่เห็นเป็นอะไรเลย สตางค์ก็ของเรา เรามีเงินซื้อ เรามีเงินดื่มเหล้าดีๆ ไม่เห็นเป็นไร ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน นี่ก็คือเหตุผลของผู้ที่ไม่พร้อมยอมรับ บางคนชอบโกหก บางคนเป็นอันธพาล ใช้กำลังในการตัดสินปัญหา และไม่ยอมรับข้อเท็จจริง ผลสุดท้ายมานั่งเสียใจกับการกระทำที่ทำผิดพลาด เพราะความไม่พร้อมยอมรับในความผิดของตนเอง”
และ ข้อที่ 3.พร้อมปรับตัว ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุด ถ้าเราพิจารณาตัวเองแล้ว รู้ว่าไม่ดี แสดงว่าคิดเป็น แต่ถ้าไม่ดีแล้วยอมรับแล้วก็ปรับตัวให้ดีขึ้น ปรับตัวใหม่ ปรับเปลี่ยนให้ชีวิตดีขึ้น แก้ไขใหม่ ย่อมสร้างเสริมให้ชีวิตดีขึ้น ใครเห็นก็ชื่นชมในความกล้าหาญ ความพยายามเปลี่ยนแปลง
พระมหาโพธิวงศาจารย์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า“3 พร้อม” นี้คือเทคนิคที่ควรหมั่นส่องสิ่งสงสัยของตนอย่างเสมอ และพยายามค้นหาให้เจอ เมื่อเจอแล้วรีบปรับทันที เพียงเท่านี้ย่อมจะทำให้เกิดการพัฒนาชีวิตสู่หนทางที่ดีขึ้น เพราะถือเป็นการพัฒนาตนให้รู้เท่าทันตัวเอง ทำให้เราเห็นสามารถประเมินตัวเองว่าเราประพฤติดี สร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นในตนเอง คนรอบข้างและสังคม แล้วความสุขก็จะตามมาเอง



